“หง่าง!”
ระฆังหุนตุ้นส่งเสียงดังกึกก้อง เสียงระฆังหนักแน่นกังวาน ราวกับข้ามผ่านห้วงกาลเวลาอันไร้สิ้นสุดมาจากส่วนลึกของจักรวาล
เสียงระฆังแผ่ไปถึงที่ใด มิติก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกมิติที่ถูกเชือกผูกเทพสุริยันฉีกขาดกลับค่อย ๆ สมานเข้าหากัน ราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
เมื่อพลังอันแข็งแกร่งปะทะกัน แสงของเชือกผูกเทพสุริยันพลันดับวูบลงทันที เดิมทีมันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าบัดนี้กลับคล้ายถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างกำไว้แน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้
ส่วนระฆังหุนตุ้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้า เสียงระฆังยิ่งดังกังวาน ราวกับกำลังประกาศให้โลกหล้ารู้ถึงพลังและบารมีของมัน
ทุกคนจ้องภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง อ้าปากค้าง สีหน้าชะงักงันราวกับถูกหยุดไว้ ณ ห้วงเวลานี้
พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าหลี่เทียนหยวนยังมีไพ่ตายทรงพลังเช่นนี้ อีกทั้งอานุภาพของมันยังไม่ด้อยไปกว่าสมบัติพิทักษ์ภูเขาของภูเขาเทพสุริยันแม้แต่น้อย
“นี่...เป็นไปได้อย่างไร? เขายังมีศาสตราจักรพรรดิสูงสุดอีกชิ้นหนึ่ง แถมดูท่าศาสตราจักรพรรดิสูงสุดชิ้นนี้จะแข็งแกร่งกว่าเชือกผูกเทพสุริยันเสียอีก!”
ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งกล่าวตะกุกตะกัก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและสงสัย
“ใช่แล้ว เจ้าหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่? เหตุใดจึงครอบครองศาสตราจักรพรรดิสูงสุดได้มากมายถึงเพียงนี้ ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!”
ผู้บำเพ็ญอีกคนเอ่ยคล้อยตาม แววตาเปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นและยำเกรง
“นี่...เป็นไปได้อย่างไร? เขาครอบครองศาสตราจักรพรรดิสูงสุดที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ได้อย่างไร!”
