“มีอะไรให้ไม่ยินยอมอีก รีบตายไปเกิดใหม่เสียเถอะ จะโทษก็โทษตัวเจ้าเองที่เลือกยืนผิดฝ่าย ยังกล้ามาขวางทางข้า”
หลี่เทียนหยวนแค่นเสียงเย็นชา มือถือกระบี่มารเถาเที่ย ก้าวเข้าหาผู้อาวุโสสามทีละก้าว ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ทุกย่างก้าวทำให้มิติโดยรอบสั่นสะเทือนราวกับรับรู้ได้
ทั่วร่างของเขาแผ่พลังอันแข็งแกร่ง ประหนึ่งขุนเขาสูงตระหง่าน ชวนให้ผู้คนครั่นคร้าม
ผู้อาวุโสสามมองหลี่เทียนหยวนที่คืบเข้ามาทีละก้าว พึมพำกับตนเอง น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความไม่ยินยอมและความอับจนหนทาง
“ข้าเป็นถึงยอดฝีมือว่าที่จักรพรรดิ กลับต้องมาตายในมือเจ้ารุ่นหลังเช่นนี้...”
เขารู้ดีว่าวันนี้ตนไม่มีทางหนีพ้น ดวงตาฉายแววสิ้นหวังวูบหนึ่ง
“ตายเสีย!”
หลี่เทียนหยวนไม่พูดพล่ามอีก ยกกระบี่มารเถาเที่ยในมือขึ้นสูง อสูรศักดิ์สิทธิ์เถาเที่ยบนตัวกระบี่ราวกับมีชีวิตขึ้นมา ส่งเสียงคำรามสะเทือนฟ้าก่อนฟันเข้าใส่ผู้อาวุโสสาม
ปราณกระบี่สีดำสายหนึ่งแผ่กลิ่นอายทำลายฟ้าดิน ประหนึ่งสายฟ้าสีดำ พาดผ่านร่างผู้อาวุโสสามในชั่วพริบตา
“อ๊าก!”
ผู้อาวุโสสามกรีดร้องอย่างน่าเวทนา ร่างของเขาถูกปราณกระบี่ฟันขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เลือดสาดกระเซ็นย้อมพื้นโดยรอบจนแดงฉาน
ยอดฝีมือว่าที่จักรพรรดิอีกคนหนึ่งต้องมาตายในมือหลี่เทียนหยวนเช่นนี้
หลังสังหารผู้อาวุโสสาม แสงบนตัวกระบี่มารเถาเที่ยก็สว่างเจิดจ้า มันกลืนกินโลหิตแก่นแท้และวิญญาณของผู้อาวุโสสามอย่างตะกละตะกลาม
เมื่อโลหิตแก่นแท้และวิญญาณหลอมรวมเข้าไป อักขระบนกระบี่มารเถาเที่ยก็ยิ่งชัดเจน แสงสว่างเจิดจ้ายิ่งขึ้น กลิ่นอายอันแข็งแกร่งกว่าเดิมแผ่ออกมาจากตัวกระบี่ ราวกับอานุภาพของมันเพิ่มพูนขึ้นอีกขั้น
หลี่เทียนหยวนมองกระบี่มารเถาเที่ย พลางลอบอุทานในใจ
