“จงแหลกสลายไปเสีย!” หลี่เทียนหยวนประสานมุทราด้วยสองมืออย่างรวดเร็ว ศาสตราจักรพรรดิสูงสุดทั้งสี่พลันสั่นสะเทือน เจตจำนงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า สะเทือนเลื่อนลั่นทั่วหล้า
ประกายกระบี่นับหมื่นจั้งพวยพุ่งออกจากตัวกระบี่ ประสานกันเป็นตาข่ายกระบี่เจิดจรัส ผสานเข้าปะทะกับตาข่ายยักษ์ที่ก่อขึ้นจากลวดลายค่ายกล
เมื่อประกายกระบี่ปะทะกับลวดลายค่ายกล เสียงสนั่นหวั่นไหวพลันดังก้องจนแก้วหูแทบแตก มิติถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากจนแตกกระจายราวกระจกบานหนึ่ง เศษเสี้ยวมิตินับไม่ถ้วนปลิวว่อนออกไปทั่วสารทิศ
ผู้อาวุโสสามควบคุมคันฉ่องเฉียนคุน พลางร่ายคาถาไม่หยุด พลังของตาข่ายยักษ์ลวดลายค่ายกลยิ่งทวีความแข็งแกร่ง จนค่อย ๆ กดข่มตาข่ายกระบี่เอาไว้
เสี่ยวจินกับจินหลิงคุกเข่าอยู่บนพื้น ฝืนเงยหน้าขึ้นมองสนามรบที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด
แววตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว ทว่าก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวหลี่เทียนหยวนอยู่เสี้ยวหนึ่ง
จินหลิงขบฟันแน่น ฝืนรวบรวมพลังขึ้นมาเล็กน้อย หมายจะลุกขึ้นไปช่วยหลี่เทียนหยวน แต่กลับถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดจนล้มกระแทกพื้นอย่างแรงอีกครั้ง
หลี่เทียนหยวนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากตาข่ายยักษ์ลวดลายค่ายกล ดวงตาพลันหรี่ลง พลังในกายโคจรอย่างบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงต่ำว่า “กระบี่ทั้งสี่รวมเป็นหนึ่ง ฟัน!”
ศาสตราจักรพรรดิสูงสุดทั้งสี่แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสี่สายทันที โบกพลิ้วประสานพันเกี่ยวกันกลางอากาศ ก่อนหลอมรวมเป็นกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนั้นแผ่อำนาจจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัว อักขระบนตัวกระบี่วูบไหว ราวกับบรรจุพลังทำลายล้างฟ้าดินเอาไว้
หลี่เทียนหยวนกำด้ามกระบี่ไว้แน่น แล้วเหวี่ยงฟันสุดแรง คมกระบี่ยักษ์ตวัดเข้าใส่ตาข่ายยักษ์ลวดลายค่ายกล
