ขณะที่เมืองเป่ยเจียงกำลังโกลาหลไปทั่ว หลี่เทียนหยวนก็พาเจียงเยว่หลีออกจากเมืองมาแล้ว
ก่อนจากไป เขาหันกลับไปมองเมืองเป่ยเจียง พลางกล่าวกับเจียงเยว่หลีที่อยู่ข้างกายว่า “ศิษย์เอ๋ย เข้าใจแล้วหรือยัง เมื่อเจ้าแสดงฝีมือเด็ดขาดและพลังอันแข็งแกร่งออกมา พวกที่คิดจะรังแกเจ้าก็ต้องหดหัวทำตัวสงบเสงี่ยม”
“ท่านอาจารย์ ศิษย์เข้าใจแล้ว”
“อืม ต่อไปจงจำไว้ว่า เมื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก เจ้าต้องเด็ดขาดและเย็นชาต่อศัตรู อย่าได้ใจอ่อนแม้แต่น้อย โดยเฉพาะพวกที่รังแกผู้อ่อนแอแต่เกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง หากปล่อยให้พวกมันได้คืบจะเอาศอก ก็มีแต่จะนำความยุ่งยากมาให้มากขึ้น”
“ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ไว้”
“ดี นี่สิถึงจะเป็นศิษย์คนเก่งของอาจารย์”
หลี่เทียนหยวนยิ้มน้อย ๆ ก่อนพานางเดินหน้าต่อ
จากเมืองเป่ยเจียงไปอีกประมาณ 10,000 ลี้ เบื้องหน้าก็จะเข้าสู่เขตแคว้นชิงโจว
ในแคว้นเต้าแห่งนี้มีสำนักและขุมกำลังนับหมื่น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนคือขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นชิงโจว!
เมื่อพ้นประตูเมือง หลี่เทียนหยวนก็ส่งสัญญาณให้วิหคเทพสุริยันที่เกาะอยู่บนบ่าขยายร่าง ทว่าเจ้าตัวน้อยไม่รู้เป็นอะไร ผ่านไปนานก็ยังไม่มีปฏิกิริยา กลับเอาแต่จ้องเขาด้วยดวงตากลมโต สีหน้าออดอ้อนราวกับกำลังร้องขอบางอย่าง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เทียนหยวนก็เข้าใจในทันทีว่าเจ้าตัวน้อยกำลังคิดอะไร จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าตัวน้อย อยากได้ของชิ้นนี้สินะ?”
กล่าวจบ เขาก็นำศิลาสุริยันเทพที่ประมูลมาได้ออกมา
