ผู้อาวุโสสูงสุดอีกหลายคนได้ยินคำซักถามของเสี่ยวจิน รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันเลือนหาย สีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
พวกเขามองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความจนใจ ไม่รู้ควรตอบคำถามนี้อย่างไร
จินฉงกระแอมเบา ๆ พยายามคลี่คลายบรรยากาศอึดอัด ก่อนฝืนยิ้มแข็ง ๆ แล้วกล่าวว่า
“เอ่อ... เรื่องในคราวนั้นมีเหตุจำเป็นจริง ๆ จินอู๋จิ้วเจ้าเล่ห์เกินไป มันวางแผนทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบ ทั้งยังส่งสายลับมาแฝงตัวอยู่ข้างกายพวกเราล่วงหน้า จึงรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเราเป็นอย่างดี หากพวกเราผลีผลามต่อต้าน ไม่เพียงช่วยราชบิดาของท่านไม่ได้ แต่อาจพาทั้งภูเขาเทพสุริยันเดือดร้อนไปด้วย”
“พวกเราถูกมันบีบจนไร้หนทาง เพื่อรักษากำลังของภูเขาเทพสุริยันไว้ จึงจำต้องอดทนไปก่อน ครั้นพวกเรารู้ตัว ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว ตอนนั้นพวกเราพยายามหาทางขัดขวางมันทุกวิถีทาง แต่จนปัญญาจริง ๆ เพราะอำนาจของมันใหญ่โตเกินไป”
จินฉงมีชีวิตมานับหมื่นปี ย่อมเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจนโลก การโกหกสำหรับเขาราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย คำลวงที่ถักทอขึ้นก็แนบเนียนจนหาจุดผิดพลาดไม่พบ
ผู้อาวุโสสูงสุดคนอื่น ๆ พอฟังคำพูดของจินฉงจบ ต่างก็พยักหน้าหงึกหงัก คล้อยตามว่า “ราชันองค์ใหม่ พวกเราเห็นราชบิดาของท่านเติบโตมาตั้งแต่เล็ก จะทนดูเขาตกอยู่ในอันตรายโดยไม่ยื่นมือช่วยได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนั้นสถานการณ์คับขัน พวกเราจนปัญญาจริง ๆ”
“ใช่แล้ว ในคราวนั้นพวกเราถูกจินอู๋จิ้วโจรผู้นั้นหลอกตาจนมืดบอด มันวางแผนลับ ๆ มานาน ทั้งยังซ่อนเร้นกลอุบายไว้อย่างแยบยล พวกเรามารู้ภายหลังว่ามันมีใจคิดร้ายก็สายเกินไปเสียแล้ว”
