“พี่ลี่ ท่านถึงกับประคองกระดานหนึ่งหมากไว้ไม่ได้เชียวหรือ? ดูท่าเคล็ดหมากมารท้าฟ้าแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารฟ้าของท่านก็มีดีเพียงเท่านี้สินะ?”
กู้จิ่วเกอมองลี่เฟยอวี่ที่นอนสะบักสะบอมอยู่บนพื้นจากเบื้องสูง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและดูแคลน
“แค่ก ๆ ๆ...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลี่เฟยอวี่พลันรู้สึกเลือดลมปั่นป่วนในอก ราวกับจะท่วมกลืนเขา
เขากำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น จ้องกู้จิ่วเกอเขม็ง ลำคอส่งเสียงคำรามต่ำราวสัตว์ร้าย “กู้จิ่วเกอ...เจ้า...”
หลงอ้าวเทียนกลับไม่ได้ซ้ำเติม เขาขมวดคิ้วเข้ม จ้องมองกระดานหมากฟ้าดินที่ยังแผ่กลิ่นอายเก่าแก่ยิ่งใหญ่
แม้จะมองไม่เห็นสิ่งที่ลี่เฟยอวี่ประสบพบเจอทั้งหมด แต่แรงกดดันมหาศาลจากกระดานหมากซึ่งเหนือขีดจำกัดของขั้นปราชญ์แท้อย่างสิ้นเชิง ตลอดจนผลอันน่าสะพรึงที่ทำให้บุตรศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บสาหัสในพริบตา ก็ราวกับเสียงระฆังเตือนภัยที่ดังก้องลึกลงไปในจิตแห่งเต๋าของเขา
เขาข่มระลอกคลื่นในใจไว้ ดวงตาฉายแววฮึกเหิมในการต่อสู้ “แค่หมากแรกก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ภายในกระดานหมากนี้ต้องมีวาสนายิ่งใหญ่ท้าทายสวรรค์ซ่อนอยู่แน่”
ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินของลี่เฟยอวี่กลับยิ่งทำให้หลงอ้าวเทียนมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยเป็นคนแรก ในสายตาเขา นี่ไม่ใช่เพียงการช่วงชิงวาสนา แต่ยังเป็นการช่วงชิงโชคชะตาอีกด้วย
ลั่วชิงเหยาก็ไม่ได้สนใจลี่เฟยอวี่ ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่กระดานหมาก
นางมองเห็นหัวใจสำคัญได้อย่างเฉียบคม “กระดานนี้มิใช่การประลองพลังต่อสู้ธรรมดา รากฐานอยู่ที่การขัดเกลารากฐานเต๋าและจิตแห่งเต๋า รากฐานของลี่เฟยอวี่ไม่มั่นคง มีความคิดฟุ้งซ่านมากมาย จิตแห่งเต๋าถูกความคิดมารบดบัง ต่อให้มีวิธีการลึกลับเพียงใดก็ไร้ประโยชน์”
