ในเวลานั้น กระบี่ตัดมังกรเสวียนเทียนในมือของลั่วชิงเหยาส่งเสียงหวีดแหลมเสียดแก้วหู แสงกระบี่สะท้านฟ้าที่รวบรวมโทสะทั้งหมดของนางไว้ ฟาดฟันใส่กู้จิ่วเกออย่างไม่คิดชีวิต!
แสงกระบี่เจิดจ้าราวกับจะผ่าฟ้าดิน ทุกสิ่งที่ขวางทางล้วนแหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตา
กู้จิ่วเกอถูกพลังอันบ้าคลั่งจากกระบี่เล่มนั้นตรึงร่างไว้ ทั้งตัวหนาวเหน็บราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว!
เขาคิดจะหลบ แต่กลับพบว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว ในยามคับขันจึงทำได้เพียงโคจรพลังวิญญาณทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง แล้วถ่ายเทลงในกระจกไท่ซวี
โล่แสงเก่าแก่บานหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉุกละหุก พุ่งเข้าปะทะแสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว
“ตูม—ครืน!!”
ราวกับขุนเขาถล่มทลาย!
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกดุจคลื่นยักษ์ซัดฝั่ง กระจกไท่ซวีในมือกู้จิ่วเกอส่งเสียงคร่ำครวญประหนึ่งใกล้แตกสลาย ร่างของเขาถูกซัดราวกับโดนค้อนยักษ์กระแทกเข้าใส่
เขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ก่อนร่างจะลอยละลิ่วไปไกลราวกับว่าวสายขาด ตกกระแทกลงกลางพงหญ้าวิญญาณหนาทึบซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าพันจั้ง
“แค่ก… ลั่วชิงเหยา! นางหญิงบ้า!”
กู้จิ่วเกอกุมอก พยายามยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความอัปยศอดสูท่วมท้นจนแทบกลืนกินเขา
กู้จิ่วเกออย่างเขา เคยบาดเจ็บจนหมดสภาพเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
แถมยังถูกสตรีคนหนึ่งทำร้าย!
ทว่าในช่วงที่เขากำลังดิ้นรนอย่างน่าเวทนาและสบถด่าด้วยความเคียดแค้นนั้น หางตากลับเหลือบเห็นพื้นที่ใต้ร่างและรอบตัว
เขาชะงักงันไปทันที!
พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
“หืม?”
เขากวาดตามองรอบด้าน ที่ใดในสายตาล้วนไม่เหลือหญ้าวิญญาณหรือโอสถเซียนอีกแล้ว มีเพียงรากและลำต้นที่ถูกหัก พร้อมคลื่นพลังวิญญาณซึ่งยังหลงเหลืออยู่
กู้จิ่วเกอฝืนทนความเจ็บปวด แผ่เสี้ยวจิตสัมผัสออกไปอย่างฝืนใจ มันล่องลอยไปภายนอกราวกับเส้นใยแมงมุม
