ในเวลาเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของสวนโอสถเซียน เซียวเสวียนกับหลี่เทียนกังก็กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
“เซียวเสวียน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดถึงลงมือกับข้าทันทีที่พบหน้า?” หลี่เทียนกังตวาดอย่างเกรี้ยวกราด สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและสับสน
ยามนี้ในมือของเขาถือทวนยาว ปลายทวนวาววับด้วยแสงเย็นเยียบ ขณะจ้องเซียวเสวียนอย่างระแวดระวัง
“หึ หลี่เทียนกัง เจ้าเองย่อมรู้ดีว่าทำอะไรลงไป เสียแรงที่ข้ายังคิดจะเป็นพันธมิตรกับเจ้า ค้นหาโอกาสวาสนาร่วมกันในจวนเซียนไท่หยวนแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้”
เซียวเสวียนแค่นเสียงเย็น อาวุธในมือวาววับด้วยแสงเย็นเยียบ ปราณกระบี่สายแล้วสายเล่าพุ่งเข้าใส่หลี่เทียนกัง
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและผิดหวัง ราวกับถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง
“หึ พันธมิตรหรือ? เจ้ายังมีหน้าพูดเช่นนี้อีกหรือ เซียวเสวียน วันนี้หากเจ้าไม่อธิบายให้ข้าฟังอย่างสมเหตุสมผล ข้าไม่เลิกรากับเจ้าแน่!” หลี่เทียนกังแค่นเสียงเย็นเช่นกัน
“อธิบายหรือ? จะให้ข้าอธิบายอย่างไร? เจ้าเป็นฝ่ายลงมือก่อน แย่งสมุนไพรวิญญาณของข้าไปแท้ ๆ ตอนนี้กลับยังกล่าวหาข้าเสียอีก!”
เซียวเสวียนกล่าวอย่างเดือดดาล เขาไม่รู้เลยว่าตนถูกเย่เฉินวางแผนเล่นงาน จึงเข้าใจว่าหลี่เทียนกังเป็นฝ่ายทรยศ
“เจ้าพูดเหลวไหล! ข้าไม่เคยทำเรื่องพวกนี้เลย เห็นชัด ๆ ว่าเจ้ากำลังใส่ร้ายข้า!”
หลี่เทียนกังคำรามด้วยโทสะ ในที่สุดก็ทนความเดือดดาลในใจไม่ไหว กวัดแกว่งทวนยาวแทงใส่เซียวเสวียน
ทวนยาวแหวกอากาศด้วยอานุภาพอันเกรี้ยวกราด ส่งเสียงหวีดหวิว
เซียวเสวียนเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เขากวัดแกว่งกระบี่ยาว เข้าปะทะกับหลี่เทียนกัง
การต่อสู้ของทั้งสองดุเดือดอย่างยิ่ง พลังวิญญาณที่ปะทะกันก่อแรงกระแทกมหาศาล พื้นดินโดยรอบถูกกระแทกจนเกิดหลุมใหญ่ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายทั่วฟ้า
เงาร่างของทั้งคู่เคลื่อนไหววูบไหวท่ามกลางฝุ่นควัน บ้างแยกจากกัน บ้างประชิดเข้าหา ทุกครั้งที่โจมตีล้วนแฝงพลังอันมหาศาล ชวนให้ผู้พบเห็นหวาดหวั่น
ด้วยเหตุนี้ สวนโอสถเซียนทั้งสวนจึงตกอยู่ในความโกลาหลเพราะเย่เฉินก่อเรื่อง
