จินอู๋จิ้วกำระฆังตงหวงไว้แน่นด้วยสองมือ พลังวิญญาณภายในกายพลุ่งทะลักเข้าไปในระฆังราวกระแสน้ำเชี่ยวกราก
ระฆังตงหวงเปล่งแสงเจิดจ้า พลังอันลึกลับและแข็งแกร่งสายหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากภายในระฆัง ครอบคลุมตำหนักเทพสุริยันทั้งหลัง ราวกับทุกสิ่งตกอยู่ในห้วงแห่งความโกลาหล
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เงาพร่าเลือนของขุนเขา ลำน้ำ ดวงตะวัน จันทรา และหมู่ดาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แต่ละภาพล้วนแผ่กลิ่นอายแข็งแกร่ง ราวกับแฝงพลังของทั้งโลกเอาไว้
“จงสะกดมันไว้!”
จินอู๋จิ้วตวาดลั่น เสียงกังวานราวระฆังยักษ์สะท้อนก้องไปทั่วตำหนักเทพสุริยัน
เขาฟาดระฆังตงหวงเข้าใส่จักรเทพสุริยันจันทราอย่างแรง ระฆังแผ่แรงกดดันมหาศาล ประหนึ่งดวงดาวร่วงหล่นจากฟากฟ้า พุ่งแหวกนภามาถึงเบื้องหน้าจักรเทพสุริยันจันทราในชั่วพริบตา
จักรเทพสุริยันจันทราสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันร้ายกาจจากระฆังตงหวง แสงของมันยิ่งเจิดจ้าขึ้น วงสุริยันและวงจันทราหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พยายามต้านทานการโจมตีของระฆังตงหวง
เปลวเพลิงบนวงสุริยันผสานเข้ากับแสงเรืองรองของวงจันทรา ก่อตัวเป็นม่านแสงหลากสี ปกป้องเสี่ยวจินไว้ภายในอย่างแน่นหนา
“ตูม!” ระฆังตงหวงกับจักรเทพสุริยันจันทราปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงสนั่นหวั่นไหวดังกึกก้อง แรงปะทะมหาศาลทำให้ห้วงอากาศโดยรอบพังทลายในพริบตา ก่อเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่
แรงดูดมหาศาลในหลุมดำกลืนกินทุกสิ่งรอบด้าน แม้แต่ซากอาคารที่พังถล่มและเศษหินที่กระเด็นว่อนก็ไม่เว้น
