ชั่วขณะนั้น แววตาของจินอู๋จิ้วพลันเปล่งประกายร้อนแรง เขาหมุนกายอย่างร้อนรนแล้วพุ่งไปยังแท่นบูชา
เขาเห็นรอยแยกสายหนึ่งอยู่กลางแท่นบูชา ภายในรอยแยกนั้นมีแสงเจ็ดสีเปล่งประกายอยู่กลุ่มหนึ่ง
ท่ามกลางแสงนั้น มองเห็นราง ๆ ว่ามีระฆังใบใหญ่ตั้งอยู่ ระฆังใบนี้แตกต่างจากระฆังหุนตุ้นโดยสิ้นเชิง ทั่วทั้งใบแผ่แสงเจ็ดสี อีกทั้งยังปลดปล่อยปราณอันยิ่งใหญ่ไพศาลออกมา
ด้านบนสุดของผิวระฆังมีดวงตะวันใหญ่เก้าดวง ส่วนด้านล่างสลักภาพสัตว์เทพและอักขระนานาชนิด รวมถึงลวดลายยันต์เก่าแก่ซับซ้อน มองจากระยะไกลราวกับสามารถร่างภาพมังกรแท้จริงและหงส์เพลิงอันทรงพลังนับไม่ถ้วน ตลอดจนสัตว์ปีศาจอื่น ๆ ได้
ภาพสัตว์เทพเซียนดูสมจริงราวกับมีชีวิต คล้ายพร้อมจะทะยานออกมาได้ทุกเมื่อ
“นี่คือระฆังตงหวง...”
จินอู๋จิ้วเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรงและตื่นเต้น
เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปคว้าระฆังตงหวง
ทันทีที่มือของจินอู๋จิ้วสัมผัสระฆังตงหวง พลังลึกลับอันแข็งแกร่งสายหนึ่งก็ทะลักจากระฆังเข้าสู่ร่างกายของเขา
เขารู้สึกราวกับร่างกายถูกเติมเต็มด้วยพลังมหาศาล ทุกเซลล์ต่างเริงร่าเบิกบาน
“ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดข้าก็ได้เจ้ามาครอบครอง! ที่วางแผนมาหลายปีไม่สูญเปล่าจริง ๆ!”
เสียงหัวเราะของจินอู๋จิ้วบ้าคลั่งและได้ใจ ดังก้องไปทั่วตำหนักเทพสุริยัน
ในใจเขาเริ่มวาดภาพตนเองหลังได้เป็นมหาจักรพรรดิ ภูเขาเทพสุริยันทั้งลูกจะต้องสยบอยู่แทบเท้า เขาจะกลายเป็นผู้ปกครองฟ้าดินแห่งนี้ คอยทอดสายตามองสรรพชีวิตจากเบื้องสูง
