“หะ...ห้วงมิติถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้วหรือ?!”
ผู้บำเพ็ญชราผมขาวโพลนคนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด เสียงของเขาแหบพร่าบิดเบี้ยว ราวกับถูกบีบคอไว้
“เป็นไปไม่ได้! เขาอยู่แค่ขั้นปราชญ์แท้! ขั้นปราชญ์แท้เชียวนะ!”
ผู้อาวุโสจากสำนักใหญ่แห่งหนึ่งหน้าซีดเผือด พึมพำอย่างสิ้นขวัญ
“พลังจวนเซียน! ต้องเป็นพลังของจวนเซียนไท่หยวนแน่! เขาถึงกับเรียกใช้ต้นกำเนิดของจวนเซียนได้อย่างใจนึก!”
ใครบางคนพลันได้สติ น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความยำเกรงและความโลภที่ยากจะข่มกลั้น
เหล่าอัจฉริยะอย่างหลงอ้าวเทียน ฉินเทียน และลี่เฟยอวี่ ต่างมีสีหน้าหม่นหมองถึงขีดสุด ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่หลายสิบครั้ง
หลงอ้าวเทียนจ้องร่างซึ่งยืนนิ่งไม่หวั่นไหวอยู่ในห้วงมิติที่ถูกแช่แข็ง เขากัดฟันกรอด
ดวงตาทั้งสองของฉินเทียนแดงก่ำ ร่างสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความริษยาและโทสะที่พุ่งถึงขีดสุด เสียงคำรามต่ำดุจสัตว์ร้ายดังออกมาจากลำคอ
ใบหน้าของลี่เฟยอวี่ซีดเผือด แววตาอำมหิตจนแทบหยดเป็นน้ำ
“น่าสน...น่าสนใจ...”
ราชันมังกรเถื่อนคำรามแหบแห้งในลำคอ ทำลายความเงียบงันชวนอึดอัด
ความตื่นตะลึงบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยโทสะอันบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ราวกับมดปลวกตัวหนึ่งกล้าท้าทายบารมีของเขา
“ดูท่าว่าโอกาสวาสนาที่เจ้าได้รับในจวนเซียนไท่หยวนจะเหนือจินตนาการของพวกเรายิ่งนัก! เป็นเพียงขั้นปราชญ์แท้แท้ ๆ กลับชักนำพลังต้นกำเนิดจวนเซียนมาแช่แข็งห้วงมิติ เพื่อต้านทานแรงกดดันของพวกเราได้? ช่าง...น่าสนใจจริง ๆ!”
เปลวไฟแห่งความโลภในดวงตาของเขาลุกโชน “จวนเซียนไท่หยวน...สมกับเป็นจวนเซียนไท่หยวนจริง ๆ! ของล้ำค่าเช่นนี้ตกอยู่ในมือผู้บำเพ็ญอิสระตัวน้อยอย่างเจ้า นับว่าเป็นการทำลายของดีโดยแท้! หากตกเป็นของรังบรรพมังกรของเรา...”
“หึ! อาศัยพลังภายนอกข่มเหงผู้อื่น สุดท้ายก็เป็นเพียงภาพมายา!” ท่านผู้ทรงเกียรติอัสนีทัณฑ์แค่นเสียงเย็น ข่มความตื่นตะลึงในใจลงอย่างฝืนทน แสงอัสนีรอบกายพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขาหมายใช้พลังแห่งกฎอัสนีล้วน ๆ ทำลายพันธนาการห้วงมิติที่มองไม่เห็นนั้นให้แหลกสลาย
