“ดูท่า รอบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถจะมีค่ายกลต้องห้ามลึกลับบางอย่างกั้นมิติเอาไว้ อีกทั้งยังน่าจะเป็นค่ายกลที่แฝงกฎแห่งมิติ หากเอาแต่บินไปเรื่อย ๆ เกรงว่าคงไม่มีวันไปถึง ราวกับอยู่ใกล้เพียงคืบแต่ไกลสุดขอบฟ้า”
หลี่เทียนหยวนมองปราดเดียวก็เห็นว่าอำนาจแห่งฟ้าดินเหนือขุนเขาเหล่านั้นลึกล้ำพิสดารยิ่ง กล่าวคือ หากใช้วิธีปกติ หรือเป็นผู้ที่ไร้ความสามารถโดยทั่วไป ก็ไม่มีทางไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถได้
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่เมื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถส่งเทียบเชิญไปทั่วหล้า เชิญเหล่าผู้บำเพ็ญจากทั่วสารทิศมาร่วมพิธีแต่งตั้ง ก็คงไม่ถึงกับปิดประตูใส่ทุกคน ค่ายกลย่อมมีช่องโหว่ ขอเพียงหาวิธีที่ถูกต้องก็สามารถเข้าไปได้
นี่นับเป็นบททดสอบเล็ก ๆ สำหรับผู้มาเยือนด้วยซ้ำ หากแม้แต่ประตูยังเข้าไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติจะก้าวเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถ
ขณะที่เขากำลังพินิจอย่างละเอียด จู่ ๆ ก็มีสายรุ้งยาวนับสิบสายพุ่งข้ามฟากฟ้ามาจากที่ไกล เผยให้เห็นเงาร่างนับสิบ คนเหล่านั้นมีทั้งชายและหญิง แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายหนักแน่น พลังบำเพ็ญไม่ธรรมดา
ผู้ที่มาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถในยามนี้ ล้วนมุ่งหน้ามาเพราะมหาจักรพรรดิถานไถทั้งสิ้น ไม่ก็เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ ไม่ก็เป็นผู้ทรงพลัง ต่างหวังจะได้รับความโปรดปรานจากมหาจักรพรรดิถานไถในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดคราวนี้ และได้ครอบครองวาสนา
กลุ่มผู้บำเพ็ญหยุดลงไม่ไกลจากหลี่เทียนหยวน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็มองออกเช่นกันว่าเบื้องหน้ามีค่ายกลมิติปกคลุมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถอยู่ จึงไม่อาจบินตรงไปถึงประตูภูเขาได้
