เช้าวันนี้ มู่หรงหมิงเยว่เตรียมไปฝึกฝนที่ตำหนักฟ้าดินเสวียนหวงเช่นทุกวัน ทว่าเมื่อกำลังจะออกจากยอดเขาเซียนยุทธ์ นางกลับเห็นเงาร่างหนึ่งเหินเวหามาแต่ไกล
ผู้มาเยือนเป็นชายหนุ่มวัยราวยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปี รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์ แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสง่างาม
ที่สำคัญที่สุดคือ รอบกายของเขามีพลังวิญญาณเข้มข้นยิ่ง แผ่คลุมทั่วร่างราวกับม่านหมอกบางเบา
คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นโม่เฟยอวี่ บุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สี่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว ผู้คนเรียกขานว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์เฟยอวี่
“ศิษย์น้องหมิงเยว่ ไม่ได้พบกันเสียนาน ช่วงนี้สบายดีหรือไม่”
เมื่อเห็นมู่หรงหมิงเยว่ ใบหน้าของโม่เฟยอวี่ก็เผยรอยยิ้ม ดวงตาทอประกายขณะก้าวเข้ามาหานาง
แม้ทั้งสองจะเคยพบกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่โม่เฟยอวี่ได้พบมู่หรงหมิงเยว่ เขาก็ยังอดตะลึงในความงามของนางไม่ได้
อย่างไรเสีย มู่หรงหมิงเยว่ก็คือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว ไม่รู้ว่าผู้บำเพ็ญชายมากมายเพียงใดต่างใฝ่ฝันถึงนาง
โดยเฉพาะดวงตากลมใสกระจ่างคู่นั้น ราวกับมีดวงดาวพร่างพราวอยู่ภายใน ชวนให้ผู้คนถลำลึกลงไปอย่างไม่อาจถอนตัว
“ขอบคุณศิษย์พี่โม่ที่เป็นห่วง หมิงเยว่สบายดีทุกประการ”
มู่หรงหมิงเยว่ผงกศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ ก่อนเผยรอยยิ้มตามมารยาท
โม่เฟยอวี่ยิ้มบาง สายตาจับจ้องเรือนร่างของมู่หรงหมิงเยว่ ก่อนเอ่ยว่า “ศิษย์น้องหมิงเยว่ หลายวันก่อนข้ามาหาเจ้า แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่อยู่ วันนี้ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที”
“อืม ข้าได้ยินท่านอาจารย์เอ่ยถึงเรื่องนี้แล้ว หลายวันก่อนข้ามีธุระอยู่ข้างนอก จึงพลาดโอกาสต้อนรับศิษย์พี่โม่”
