ขณะนี้หลี่เทียนหยวนกำลังอยู่ในตำหนักฟ้าดินเสวียนหวง เขาย่อมไม่รู้ว่าตนกลายเป็นต้นเหตุความกลัดกลุ้มของผู้อื่นไปแล้ว เพราะจิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการเปิดถ้ำสวรรค์
“ครืน ครืน!”
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องต่อเนื่องอยู่ภายในกาย ราวกับระฆังยักษ์สะท้านฟ้า ก้องจนแทบแก้วหูแตก
ภายใต้การควบคุมอันแยบยล พลังวิญญาณมหาศาลดุจมหาสมุทรแปรเปลี่ยนเป็นค้อนไร้รูปร่าง กระหน่ำขัดเกลาตันเถียนอันคับแคบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร้ปรานี
ทุกครั้งที่ปะทะ ความเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกทึ้งก็ถาโถมเข้ามา ประหนึ่งจะฉีกทั้งร่างกายและเจตจำนงของเขาให้แหลกสลายไปพร้อมกัน
ในที่สุด หลังผ่านไปหลายชั่วยาม ร่างของหลี่เทียนหยวนก็สั่นสะท้านขึ้นฉับพลัน พลังอันบ้าคลั่งพลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย ราวกับมหาอุทกภัยทะลักทลาย เข้าซัดโหมอย่างเกรี้ยวกราด
หลี่เทียนหยวนลืมตาขึ้นฉับพลัน แววตาเปล่งประกายด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น
ทั่วทั้งร่างพลันแผ่อานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับจะทะลวงฟ้าดินทั้งผืนให้แตกกระจาย!
“ในที่สุดถ้ำสวรรค์แห่งที่เก้าก็เปิดสำเร็จ นี่คือขีดจำกัดของร่างมนุษย์แล้วหรือ?”
หลี่เทียนหยวนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตนเปลี่ยนแปลงไป
ถ้ำสวรรค์ทั้งเก้าภายในกายหมุนเวียนไม่หยุดดุจเตาหลอมฟ้าดิน ดูดซับปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินและแก่นตะวันจันทราอย่างบ้าคลั่ง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นพลังร้อนระอุไหลมารวมกันที่ตันเถียน
เมื่อเทียบกับก่อนหน้า พลังวิญญาณในกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบกว่าเท่า จนใช้เท่าไรก็ไม่มีวันหมด
