เจียงหลานลงมือก็ใช้กระบวนท่าสังหาร หมายจะกดเจียงเยว่หลีให้สิ้นฤทธิ์ด้วยพลังดุจอสนีบาต ถึงขั้นคิดจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสในคราวเดียว!
ผู้ชมด้านล่างเวทีต่างกลั้นหายใจ เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์หลายคนหน้าซีดเผือด หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น พวกเขาเชื่อว่าคงถูกกระบวนท่าอันถี่กระหน่ำและน่าสะพรึงกลัวฉีกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา!
“โจมตีได้โหดเหี้ยมนัก! เจียงหลานผู้นี้มีฝีมืออยู่บ้างจริง ๆ!”
“ปราณกระบี่สุญญตาผสานกับไอเย็นสุดขั้ว ส่งเสริมกันจนทวีอานุภาพ! เจียงเยว่หลีตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”
แม้แต่กระบี่เซียนหลิงเจวี๋ยยังพยักหน้าเล็กน้อย “เคล็ดกระบี่เทพสุญญตาฝึกฝนได้ชำนาญพอตัว ไอเย็นสุดขั้วนั่นก็ไม่ธรรมดา สตรีผู้นี้จากตระกูลเจียง ดูท่าจะไม่ใช่คนไร้ความสามารถเสียทีเดียว”
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีถึงตายที่โถมเข้ามาราวฟ้าดินถล่ม สีหน้าของเจียงเยว่หลีกลับยังคงสงบนิ่งจนน่าหวาดหวั่น
นางถึงกับไม่ชักกระบี่โบราณที่สะพายอยู่ด้านหลัง เพียงขยับกายเล็กน้อย ร่างพลันคล้ายกลายเป็นสายลมบริสุทธิ์ไร้รูปร่าง หรือไม่ก็ภูตที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในรอยแยกแห่งสุญญตา
“ฟึ่บ!”
ท่วงท่าของนางดูไม่รวดเร็ว ทว่ากลับหลบปราณกระบี่สุญญตาอันคมกริบแต่ละสายได้อย่างเฉียดฉิวในเสี้ยววินาที
โซ่เหมันต์สุดขั้วที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้ ดูราวกับจะพันรัดร่างนางอยู่ทุกครา ทว่านางกลับหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดายด้วยท่วงท่าลึกล้ำ แม้แต่ชายอาภรณ์ก็ยังไม่ถูกแตะต้อง
บางครั้งนางพลิ้วไหวดุจปุยนุ่นลอยตามลม บางคราเยื้องย่างดุจนกหงส์สะดุ้งเหยียบหิมะ เคลื่อนกายผ่านช่องว่างระหว่างข่ายกระบี่กับโซ่เหมันต์อย่างสง่างามและผ่อนคลาย ราวกับมิได้กำลังต่อสู้เป็นตาย หากกำลังร่ายรำกระบี่อันงดงามไร้ที่ติ
บางครั้งนางจะชูสองนิ้วแทนกระบี่ แล้วแตะออกไปเบา ๆ
ปลายนิ้วมิได้เปล่งประกายกระบี่เจิดจ้า มีเพียงเจตจำนงกระบี่สายหนึ่งที่ควบแน่นถึงขีดสุด แตะลงตรงจุดบรรจบของปราณกระบี่สุญญตาสายหนึ่งอย่างแม่นยำ หรือไม่ก็จุดอ่อนของโซ่เหมันต์เส้นหนึ่ง
“พรวด!”
