เมื่อดูดซับและหลอมรวมปราณหยินหยางอย่างต่อเนื่อง หลี่เทียนหยวนก็ค่อย ๆ สัมผัสได้ว่าร่างกายกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ พลังมหาศาลสายหนึ่งพลุ่งพล่านอยู่ภายใน ราวกับพร้อมทะลวงออกจากร่างทุกเมื่อ
เขารู้สึกว่าทุกเส้นชีพจรอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตอันไร้ขอบเขต พลังพรั่งพรูดุจคลื่นทะเลโหมซัดร่างครั้งแล้วครั้งเล่า
เส้นชีพจรของเขาแข็งแกร่งและกว้างขวางขึ้น สามารถรองรับพลังได้มากกว่าเดิม
กระดูกก็ได้รับการเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่งประหนึ่งเหล็กกล้า ทุกชิ้นเปล่งประกายสีทองจาง ๆ ประหนึ่งแฝงพลังอันไร้ขอบเขตเอาไว้
ผิวหนังของเขาเองก็เปลี่ยนแปลงไปภายใต้การหลอมขัดเกลาของเพลิงเทพหยินหยาง
ประกายสีทองชั้นหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนผิว จางเลือนจนแทบมองไม่เห็น แสงนั้นประหนึ่งเกราะคุ้มกันห่อหุ้มร่างของเขาไว้อย่างแน่นหนา
ท่ามกลางแสงสว่าง มีลวดลายเปลวเพลิงไหลเวียนอยู่ราง ๆ ลวดลายเหล่านั้นถักทอสลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปมา คล้ายกำลังแสดงกฎเกณฑ์อันลึกลับที่สุดระหว่างฟ้าดิน
หลี่เทียนหยวนจึงเร่งความเร็วในการกลืนกินโดยไม่ลังเล ดูดกลืนปราณหยินหยางรอบด้านอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
พลังบนร่างค่อย ๆ เข้มข้นขึ้น กระทั่งมีประกายขาวดำวูบไหวจาง ๆ นี่คือสัญลักษณ์แห่งการหลอมรวมของปราณหยินหยาง
ดวงตาของเขาเองก็เปลี่ยนไป จากนัยน์ตาดำสนิทเดิมกลับปรากฏรูม่านตาสองข้าง สีดำและสีขาว ประหนึ่งบรรจุความลับแห่งจักรวาลเอาไว้
ท้ายที่สุด ปรากฏการณ์อัศจรรย์นานัปการเริ่มปรากฏขึ้นรอบกายเขา ทั้งหยินหยางหมุนเวียน ตะวันจันทราและดวงดาว ดอกบัวทองแห่งมหาวิถี… ภาพอัศจรรย์ต่าง ๆ อุบัติขึ้นพร้อมกันจนชวนให้ตาพร่าและใจลุ่มหลง
