เงียบ!
เงียบงันราวกับความตาย!
ทุกคนต่างตะลึงงันกับกระบี่เดียวของมู่หรงหมิงเยว่ที่ดูเหมือนออกแรงเพียงน้อยนิด ทว่ากลับแม่นยำถึงขีดสุด!
ดวงตางามของเหยาชิงเยว่เปล่งประกายระยิบระยับ นางทอดถอนใจในใจว่า “ช่างมีไหวพริบในการสังเกตยอดเยี่ยมยิ่งนัก ทั้งยังควบคุมพลังได้แม่นยำถึงเพียงนี้! ความเข้าใจและการใช้พลังของนางเหนือกว่าพวกเราไปแล้ว”
สีหน้าของจวินโม่เสียมืดครึ้มลงอย่างสิ้นเชิง แววสังหารพลุ่งพล่านอยู่ในส่วนลึกของดวงตา ยิ่งมู่หรงหมิงเยว่แสดงความสามารถโดดเด่นมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นภัยคุกคามต่อเขามากเท่านั้น อีกทั้งยังทำให้ความปรารถนาที่จะกลืนกินนางในใจทวีความรุนแรงขึ้น สตรีผู้นี้จะปล่อยให้มีชีวิตอยู่ไม่ได้เด็ดขาด!
เหล่าอัจฉริยะที่อยู่รอบนอกยิ่งตะลึงจนตาค้าง พวกเขาไม่เหลือข้อกังขาต่ออันดับหนึ่งในบัญชีอันดับพลังต่อสู้ของมู่หรงหมิงเยว่อีกแม้แต่น้อย มีเพียงความยำเกรงอย่างลึกล้ำเท่านั้น
“ไป!”
มู่หรงหมิงเยว่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทันทีที่ประตูตำหนักเปิดออก ร่างของนางก็แปรเป็นลำแสงสีฟ้าเย็นเยียบ พุ่งเข้าไปในตำหนักโบราณก่อนใคร ซูเหยาตามติดไปทันที
เหยาชิงเยว่กับจวินโม่เสียเองก็ตั้งสติได้ในชั่วพริบตา ทั้งคู่ขยับตัวแทบจะพร้อมกัน ก่อนพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายในตำหนักโบราณกว้างขวางไม่น้อย ทว่าการจัดวางเรียบง่าย มีเพียงชั้นหินหลายแถวตั้งเรียงอยู่กลางห้อง ทุกชั้นปกคลุมด้วยฝุ่นเช่นเดียวกัน ชั้นหินส่วนใหญ่โล่งว่าง เหลือเพียงแถวในสุดที่ยังมีขวดหยกสีต่างกันเจ็ดแปดใบวางกระจัดกระจาย แต่ละใบถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา
แม้ตัวขวดจะมีผนึกอาคมคอยปิดกั้น ทว่ากลิ่นโอสถหอมเย้ายวนก็ยังแผ่ออกมาจากขวดหยกเหล่านั้น
เห็นได้ชัดว่าเมื่อผ่านกาลเวลามายาวนานไร้สิ้นสุด โอสถส่วนใหญ่สูญเสียจิตวิญญาณไปจนหมด กลายเป็นสิ่งของธรรมดา มีเพียงไม่กี่ขวดที่คุณภาพสูงสุดและเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่
ขวดหยกโบราณสามใบแผ่คลื่นพลังและแสงเจิดจ้าที่สุด บนขวดสลักอักษรโบราณไว้ตามลำดับว่า โอสถทะลวงสวรรค์ไท่หยวน โอสถคืนวิญญาณเก้าผันแปร และโอสถสร้างวิถีแห่งโชคชะตา!
ไม่ต้องคิดให้มาก โอสถทั้งสามขวดนี้ย่อมเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในสถานที่แห่งนี้!
