เมื่อทะลุผ่านรอยแยกมิติแห่งนี้ ภาพเบื้องหน้าของพวกเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หมอกมายาที่เคยปกคลุมหายไปแล้ว แทนที่ด้วยภาพราวกับกำลังเดินทางผ่านอุโมงค์กาลเวลา ดวงดาวนับไม่ถ้วนพาดผ่านสายตา แต่ละดวงเปล่งประกายเจ็ดสีเจิดจ้า ประหนึ่งไข่มุกราตรีอันสุกสกาว ส่องสว่างไปทั่วจักรวาล
“สมกับเป็นค่ายกลใหญ่ที่มหาจักรพรรดิเป็นผู้วางไว้จริง ๆ กฎแห่งมิตินี้ลึกลับซับซ้อนจนน่าตะลึง”
หลี่เทียนหยวนทอดสายตามองภาพรอบด้าน พลางทอดถอนใจอยู่ในใจ
โลกเบื้องหน้านี้เปลี่ยนแปลงไป มิใช่ภาพลวงตาธรรมดา หากเป็นจักรวาลที่วิวัฒน์ขึ้นจากค่ายกลซวีหมีเก้าผัน
จักรวาลแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก แม้เทียบกับมหาพิภพนับพันก็ไม่ด้อยกว่า นี่จึงไม่น่าแปลกใจเลย หากไร้ซึ่งวิธีค้นหาเส้นทางที่ถูกต้อง ต่อให้บินไปตลอดชีวิตก็ยังไปไม่ถึงภูเขาเซียนถานไถ
“ไม่รู้ว่าข้าจะคลี่คลายค่ายกลซวีหมีเก้าผันนี้ได้หรือไม่ หากทำได้แล้วยังเรียนรู้มันจนชำนาญ เมื่อนำไปวางไว้บนยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นก็คงไม่เลว”
หลี่เทียนหยวนคิดในใจเงียบ ๆ
จากนั้นเขาก็วิเคราะห์ค่ายกลซวีหมีเก้าผันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงความคิด ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ผลลัพธ์อันใด
ถึงอย่างไรค่ายกลใหญ่นี้ก็เป็นมหาจักรพรรดิลงมือสำแดงด้วยตนเอง หากเขาคลี่คลายได้อย่างง่ายดายต่างหากจึงจะเป็นเรื่องแปลก
หลี่เทียนหยวนส่ายหน้า ไม่คิดต่อให้มากความ แล้วบินมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ แต่ไม่นานนัก แสงซวีหมีก็พลันพุ่งมาจากเบื้องหน้า ฟ้าดินแปรเปลี่ยนฉับพลัน ภูเขาเซียนถานไถที่อยู่ไกลออกไปกลับกลายเป็นใกล้เพียงเอื้อมแต่ไกลสุดขอบฟ้าอีกครั้ง
