ทว่าผู้อาวุโสคนนั้นกลับไม่สนใจ ยังคงเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ดวงตาขุ่นมัวเปล่งประกายวาบ
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ มือผอมแห้งราวกิ่งไม้ข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วกดลงบนศีรษะของเขา
“มารฟ้ากลืนวิญญาณ ช่วงชิงขวัญ!”
ริมฝีปากของผู้อาวุโสขยับเล็กน้อย ก่อนหมอกดำเข้มข้นจะปะทุขึ้นรอบกาย จากนั้นหมอกดำก็เข้าปกคลุมร่างชายหนุ่ม
ชั่วพริบตา ข้อมูลนับไม่ถ้วนก็หลั่งทะลักเข้าสู่ห้วงความคิดของชายหนุ่ม ราวกับสายน้ำพลิกคว่ำทะเลคลั่ง สีหน้าของเขาค่อย ๆ บิดเบี้ยวเหยเก บ่งบอกว่ากำลังเผชิญความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“พรวด...!”
ในที่สุดชายหนุ่มก็กระอักเลือดออกมา ดวงตาเลื่อนลอย ก่อนร่างจะทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ผู้อาวุโสชักมือกลับ ดวงตาขุ่นมัวส่องประกายเจิดจ้า ดูเหมือนว่าเขาจะได้รู้ข่าวสารมากมายที่ต้องการจากความทรงจำของชายหนุ่มแล้ว
“บรรพชนลำดับที่สิบแปด เป็นอย่างไรบ้าง?” เจียงเหอถามอย่างร้อนใจ
ผู้อาวุโสกล่าวช้า ๆ ว่า “เจียงเยว่หลีเด็กคนนั้นเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวจริง ๆ และได้หลี่เทียนหยวนรับเป็นศิษย์! ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนนางจะฟื้นฟูร่างกายพิเศษได้สำเร็จ แสดงพรสวรรค์อันสูงส่งออกมา ทั้งยังพัฒนาการบำเพ็ญได้รวดเร็ว”
“อะไรนะ?”
“เด็กคนนั้นฟื้นฟูร่างกายพิเศษได้แล้วหรือ? แถมการบำเพ็ญยังรุดหน้าอย่างรวดเร็วอีก!”
“นางได้รับวาสนาอันใดที่ท้าทายสวรรค์กันแน่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฉินกับเจียงเต๋อเซิ่งต่างก็มีสีหน้าตื่นตะลึง คิดไม่ถึงว่าจะได้รับข่าวของเจียงเยว่หลีจริง ๆ ในใจจึงทั้งยินดีและกังวลปะปนกัน
พวกเขารู้สถานการณ์ของเจียงเยว่หลีดีอยู่แล้ว คนที่ถูกชิงร่างกายพิเศษไปจนกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ กลับฟื้นฟูร่างกายพิเศษได้สำเร็จ แถมพลังยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เรื่องเช่นนี้ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก
