“ไอ้เด็กสารเลว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้!”
จินหงเช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก แววตาเย็นเยียบจับจ้องหลี่เทียนหยวน
แม้การโจมตีเมื่อครู่ของหลี่เทียนหยวนจะดูธรรมดา ทว่าภายในกลับแฝงเจตจำนงกระบี่อันแข็งแกร่ง ทำให้เขาบาดเจ็บไม่น้อย
หากเป็นยอดฝีมือขั้นแท่นเซียนทั่วไป เกรงว่าคงสูญสิ้นกำลังต่อสู้ไปนานแล้ว
แต่เขาเป็นผู้บำเพ็ญขั้นแท่นเซียนระดับสมบูรณ์ อีกทั้งฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายล้วน ๆ ร่างกายที่บำเพ็ญออกมาจึงแข็งแกร่งทัดเทียมศาสตราเทพ ไม่นานก็ฟื้นคืนสู่สภาพปกติ
เขากล่าวเสียงเย็นว่า “แต่ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด วันนี้ก็หนีความตายไม่พ้น”
เขารู้ดีว่าหากสู้กันตัวต่อตัว ตนคงไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย แต่ไม่เป็นไร วันนี้ยอดฝีมือทั้งหมดของตระกูลจินออกโรงกันแล้ว
ในหมู่พวกเขามีผู้บำเพ็ญขั้นแท่นเซียน 4 คน มหาผู้บำเพ็ญขั้นเทียนเหริน 10 คน ทั้งยังนำสมบัติล้ำค่ามาด้วยหนึ่งชิ้น กำลังพลเช่นนี้มากพอจะสังหารผู้ใดก็ได้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้
“หึ ๆ เช่นนั้นก็ลองดู!”
หลี่เทียนหยวนหัวเราะเบา ๆ
ด้วยพลังในยามนี้ ผู้บำเพ็ญตระกูลจินที่อยู่ตรงหน้าไม่ต่างจากมดปลวก ไม่คู่ควรให้กล่าวถึง
“เข้าพร้อมกัน สังหารเจ้าหนูนี่เสีย!”
เห็นหลี่เทียนหยวนโอหังถึงเพียงนี้ จินหงก็หมดความอดทนทันที
เขาสะบัดมือ ผู้คนจากตระกูลจินที่อยู่ด้านหลังต่างพุ่งทะยานออกมา แต่ละคนแผ่กลิ่นอายถาโถมดุจคลื่นยักษ์ ราวกับอสูรร้ายหลุดจากพันธนาการ
