“เจ้าสำนัก ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร หรือจะยอมแพ้ไปเช่นนี้หรือ?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งมองไท่เสวียนเจินเหรินแล้วเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความไม่ยินยอมอยู่บ้าง
สุสานจักรพรรดิมารเชียวนะ นี่คือคลังสมบัติของจักรพรรดิเซียนในยุคหนึ่ง ภายในย่อมมีของวิเศษล้ำค่ามากมายไม่รู้จบ
หากถอยกลับไปเช่นนี้ก็น่าเสียดายยิ่งนัก ตราบใดที่ยังมีความหวังแม้เพียงริบหรี่ พวกเขาก็ไม่อยากยอมแพ้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไท่เสวียนเจินเหรินก็นิ่งเงียบ เขาจะไม่อยากได้รับการสืบทอดของจักรพรรดิมาร และคว้าโชควาสนาอันหาใดเปรียบได้มาได้อย่างไร เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้จนปัญญาจริง ๆ
เขาจึงได้แต่ส่งกระแสเสียงไปถามหลี่เทียนหยวนว่า “เทียนหยวน เจ้าพอจะมีวิธีเข้าไปในสุสานจักรพรรดิมารหรือไม่?”
ทว่าเขารออยู่นาน กลับไม่ได้รับคำตอบใด ๆ
เพราะตอนนี้หลี่เทียนหยวนไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น กำลังเปิดใช้เนตรเทพแห่งความโกลาหลเพ่งพินิจสถานการณ์ภายในวังมารหยวนช่าอย่างละเอียด
เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนเหล่านั้นที่เข้าไปในสุสานจักรพรรดิมารล้วนกลายเป็นหมอกโลหิต และหมอกโลหิตเหล่านั้นคล้ายถูกบางสิ่งเรียกหา จึงกำลังรวมตัวกันไปยังส่วนลึกของสุสานจักรพรรดิมาร ไม่นานก็ไปถึงบริเวณใกล้ก้อนเนื้อที่เขาเห็นก่อนหน้านี้
จากนั้นก็ถูกก้อนเนื้อสีแดงฉานก้อนนั้นดูดกลืนเข้าไป
หลังจากก้อนเนื้อดูดซับพลังปราณโลหิตมหาศาลนี้แล้ว ดูเหมือนจะเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น เสียงหัวใจเต้นตุบตับยิ่งดังชัดขึ้นทุกที
