ภายในแดนลับหลิงเซียว
“หลีกไป ศิลาจารึกมหาวิถีแท่งนี้ ข้าหมายตาไว้แล้ว!”
“หึ! เหตุใดต้องยกให้เจ้า? ข้ามาถึงก่อน ย่อมต้องเป็นของข้า!”
“น่าขัน! ใครแย่งชิงได้ก็เป็นของคนนั้น เลิกพูดเหลวไหล ใช้ฝีมือคุยกัน! หากเจ้าทำให้ข้ายอมแพ้ได้ ข้าก็จะถอยไปแต่โดยดี”
เบื้องหน้าศิลาจารึกมหาวิถีแท่งหนึ่ง เหล่ายอดอัจฉริยะหลายคนปะทะกันในทันที พร้อมเสียงระเบิดกึกก้อง แต่ละคนต่างสำแดงกระบวนท่าสังหาร
ศาสตราวิเศษนานาชนิดเปล่งประกายเจิดจ้าบาดตา พลังกดดันอันน่าหวาดหวั่นแผ่กระจายไปทั่ว
ขณะเดียวกัน เบื้องหน้าศิลาจารึกมหาวิถีอีกหลายแท่งก็มีการต่อสู้นองเลือดอย่างดุเดือดทั่วทั้งยอดเขาปกคลุมด้วยเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว
แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากครอบครองศิลาจารึกมหาวิถีที่ดีที่สุด เพื่อหยั่งรู้มหาวิถีสูงสุดจากภายใน
แม้แต่มู่หรงหมิงเยว่ก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย คู่ชิงของนางคือฮวาอวิ๋นเฟยและโม่เฟยอวี่
ทั้งสามประลองกันอย่างลูกผู้ชายบนยอดเขา ผู้ชนะจะได้สิทธิ์หยั่งรู้ศิลาจารึกมหาวิถีชั้นบนสุด
ชั่วขณะนั้นทั้งสามเผยพลังต่อสู้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่างสำแดงวิชาของตนและงัดไม้ตายก้นหีบออกมา
ครืน ๆ!
ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้อง เจตจำนงกระบี่รอบกายฮวาอวิ๋นเฟยพลันพุ่งสูงขึ้น เขากวัดแกว่งกระบี่ยาวสีเงินวาววับในมืออย่างไม่หยุดยั้ง
ส่วนโม่เฟยอวี่กระตุ้นปรากฏการณ์สายเลือด แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มหมอกสีดำแดงม้วนตัวพลุ่งพล่าน ทั้งรุกทั้งรับได้อย่างสมบูรณ์
มู่หรงหมิงเยว่สะบัดแขนขวา เรียกศิลาสามภพออกมาให้ลอยเหนือศีรษะ แสงเจิดจ้าส่องประกาย ใช้ต้านทานการโจมตีของทั้งสอง
