จ้าวอู๋จี๋หน้าซีดเผือดในพริบตา เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จึงรีบโคจรพลังวิญญาณในร่างอย่างบ้าคลั่ง กระบี่ดำเล่มหนึ่งก่อรูปขึ้นกลางอากาศ แผ่เจตจำนงกระบี่ทะยานสู่ฟ้า
“ฟัน!”
เขาคำราม กระบี่ดำพุ่งออกจากมือพร้อมเจตจำนงกระบี่อันคมกล้า ฟันฉีกมิติเป็นรอยแยก พุ่งตรงเข้าหาฝ่ามือมหึมานั้น
ครืนครั่น!
ชั่วพริบตา ฟ้าถล่มดินทลาย เสียงกึกก้องสะเทือนไปทั่วท้องนภา คลื่นพลังอันน่าสะพรึงแผ่กระจาย สระมารเป็นตายทั้งสระสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คลื่นซัดกระเซ็นนับไม่ถ้วน
“อ๊าก! อั่ก!”
ถัดมา เสียงกรีดร้องอันรวดร้าวก็ดังขึ้น แขนขวาของจ้าวอู๋จี๋ระเบิด เลือดเนื้อกระจายเป็นวงกว้าง ภาพชวนให้ขวัญผวา
ส่วนศิษย์สำนักกระบี่มารหลายคนที่อยู่ข้างกายเขา กลับสลายเป็นเถ้าธุลีหายไปในทันที
“ปราชญ์แท้...ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นปราชญ์แท้!”
จ้าวอู๋จี๋เผยสีหน้าตื่นตระหนก ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัวอย่างไร้ที่สิ้นสุด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังของอีกฝ่ายจะไปถึงขั้นปราชญ์แท้ สูงส่งเกินกว่าผู้แข็งแกร่งขั้นเทียนเหรินตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเทียบได้
“หนี!”
จ้าวอู๋จี๋ใช้วิชาลับหลบหนีโดยไม่ลังเล ร่างแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีรุ้ง พุ่งทะยานไปยังที่ไกลโพ้น
ทว่าเจียงเหอเตรียมรับมือไว้ก่อนแล้ว มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
“จงแตกสลาย!”
เขาเอ่ยเสียงแผ่ว พลางชี้สองนิ้ว ปล่อยลำแสงเทพเจิดจ้าสายหนึ่งฉีกห้วงมิติ แฝงจิตสังหารเย็นเยียบ พุ่งตรงไปยังจ้าวอู๋จี๋ที่กำลังหลบหนี
“ครืนครั่น!”
จ้าวอู๋จี๋เร่งความเร็วเต็มกำลัง ห้วงมิติรอบตัวถูกชนจนแตกกระจาย ทว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็สลัดลำแสงเทพเจิดจ้าสายนั้นไม่หลุด ราวกับมันมีหลักการลึกลับบางอย่างคอยจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา
