“ไม่ต้องเกรงใจ”
หลี่เทียนหยวนโบกมือกล่าวว่า “เจ้าพักรักษาบาดแผลอยู่ที่นี่ รอฟังข่าวดีจากข้าเถิด!”
“จำไว้ อย่าวิ่งเพ่นพ่านไปทั่ว และห้ามแตะต้องสิ่งใดบนยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น เข้าใจหรือไม่?”
เห็นจ้าวอู๋จี๋เหลือเพียงลมหายใจรวยริน คาดว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ มิฉะนั้นจะกลายเป็นภาระของเขาเปล่า ๆ
“ขอรับ ๆ!”
จ้าวอู๋จี๋รีบตอบรับอย่างนอบน้อม
หลี่เทียนหยวนพยักหน้า โยนผลคืนวิญญาณเทียนหลิงสำหรับรักษาบาดแผลสองผลให้จ้าวอู๋จี๋ จากนั้นก็หันกายเหินออกไป
จ้าวอู๋จี๋มองผลวิญญาณในมือ รวมถึงหอคอยฟ้าดินเสวียนหวงและต้นชาตรัสรู้บนยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น แล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
“นี่หรือคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว นี่หรือคือสายสืบทอดมรรคสูงสุด? สมบัติวิเศษกับผลวิญญาณฟ้ากำเนิดมีอยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง รากฐานเช่นนี้ย่อมมิใช่สิ่งที่สำนักกระบี่มารเล็ก ๆ ของข้าจะเทียบได้”
เขาทอดถอนใจอยู่เนิ่นนาน กว่าจะค่อย ๆ นั่งตัวตรง ขัดสมาธิเดินพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
หลังออกจากยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น หลี่เทียนหยวนครุ่นคิดว่าจะบอกเรื่องสุสานจักรพรรดิมารปรากฏขึ้นแก่เจ้าสำนักหรือผู้อาวุโสสูงสุดดีหรือไม่ แต่เมื่อตรึกตรองอีกครั้ง ในที่สุดก็ตัดสินใจออกผจญภัยตามลำพัง
ด้วยพลังฝีมือในตอนนี้ เขาอาจไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวคนตระกูลเจียง ยิ่งหากมีโอกาสกลืนกินเงามหาจักรพรรดินั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับบรรพชนของตระกูลเจียง ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้
อีกทั้งหากพบอันตรายจริง ๆ เขาก็ส่งกระแสเสียงกลับไปขอความช่วยเหลือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ อย่างไรที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจากสำนักมาร หากทุกอย่างราบรื่น เขาก็จัดการด้วยตนเอง
