“น่าสนใจจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าคนจากภูเขามารหลินจะมาด้วย แถมยังมีราชันสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่มาหนึ่งคน กับยอดฝีมืออีกสามคน จุ๊ ๆ... ยกขบวนกันมาขนาดนี้ ดูท่าคงมีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว”
มุมปากของหลี่เทียนหยวนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาพึมพำกับตัวเองอยู่สองสามคำ
ภูเขามารหลินเป็นขุมกำลังชั้นยอดแห่งซีโจว สืบทอดมายาวนาน รากฐานลึกล้ำและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ส่วนตระกูลเจียง ในฐานะสกุลใหญ่ยุคบรรพกาลแห่งตงโจว ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด รากฐานลึกล้ำยากหยั่งถึง
เมื่อขุมกำลังชั้นยอดทั้งสองเผชิญหน้ากัน ย่อมต้องปะทุศึกใหญ่ หลี่เทียนหยวนย่อมยินดีชมความครึกครื้น ดวงตากลอกกลิ้งไปมา ท่าทางราวกับกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ในใจ
ถึงเวลานั้นเขาก็ฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความวุ่นวายได้พอดี
“แต่สุสานจักรพรรดิมารแห่งนี้ซ่อนความลับอะไรกันแน่ ถึงได้ดึงดูดแม้แต่ขุมกำลังจากซีโจวอย่างภูเขามารหลินให้มาที่นี่”
“ยิ่งดูจากท่าทีของพวกเขา เห็นชัดว่าเตรียมตัวมาแล้ว ไม่เช่นนั้นคงข้ามระยะทางนับร้อยล้านลี้จากซีโจวมาถึงที่นี่ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ไม่ได้”
หลี่เทียนหยวนหรี่ตาลง เปิดใช้เนตรเทพแห่งความโกลาหลมองไปยังสระมารเป็นตาย เพื่อดูว่าจะหยั่งรู้แดนลับภายในได้หรือไม่
ประกายในดวงตาลึกล้ำวูบไหว ส่องทะลุภาพลวงตา หยั่งถึงต้นกำเนิด
ชั่วพริบตา เขาก็มองทะลุความเร้นลับของสระมารเป็นตาย
ที่แท้ภายในสระมารเป็นตายปกคลุมด้วยพลังชีวิตเข้มข้นถึงขีดสุด ทั้งยังเจือกลิ่นอายแห่งความตายจาง ๆ อยู่ด้วย
