“เป็นนาง!”
“ผู้บำเพ็ญกระบี่อาภรณ์เขียว!”
“เศษเสี้ยวโลกเฉียนคุนอยู่กับนาง!”
ชั่วพริบตา สายตานับไม่ถ้วนก็จับจ้องเจียงเยว่หลีราวกับศรแหลมคม ความโลภ ความริษยา ความโกรธแค้น และจิตสังหาร อารมณ์หลากหลายถาโถมเข้าใส่แทบจะกลืนกินนาง
ความตื่นตะลึง ความสงสัย และความไม่อยากเชื่อ ท้ายที่สุดล้วนแปรเปลี่ยนเป็นความโลภและจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด!
โดยเฉพาะเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์และผู้เฒ่าประหลาดที่เพิ่งออกมาจากแดนลับ พวกเขาเห็นกับตาหรือไม่ก็ได้ยินจากศิษย์ร่วมสำนักว่าเจียงเยว่หลีเก็บเศษเสี้ยวที่เป็นแก่นสำคัญที่สุดไป!
ยามนี้เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่งทะลวงขั้นของนาง รวมถึงเจตจำนงกระบี่สายหนึ่งที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน ยังจะไม่เข้าใจได้อย่างไร—นางไม่เพียงได้สมบัติล้ำค่าไปเท่านั้น แต่ยังอาศัยพลังของสมบัตินั้นทะลวงขั้นต่อหน้าทุกคนอีกด้วย!
บรรยากาศในลานพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันประหลาดและตึงเครียด ราวกับพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ กองกำลังจากขุมอำนาจต่าง ๆ รีบกระจายตัวเข้าประชิด ก่อตัวเป็นวงล้อมขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่วนเจียงเยว่หลีก็คือศูนย์กลางของวงล้อมนั้น
ในค่ายของขุนเขาร้อยอสูร ผู้อาวุโสคูหลางซึ่งแขนขาดข้างหนึ่งและใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ แววตาฉายประกายอาฆาตสุดขีด เขายกมือชี้ไปยังเจียงเยว่หลีอย่างฉับพลัน ก่อนจะเปิดฉากกล่าวหาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงแหลมบาดหู “สหายเต๋าทุกท่าน! นางนี่แหละ! ในแดนลับ นางใจเหี้ยมอำมหิต ลอบโจมตีจนข้าบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังสังหารศิษย์ชั้นยอดของขุนเขาร้อยอสูรไปหลายคน แถมยังใช้เล่ห์กลชิงสมบัติล้ำค่าแก่นกลางของแดนลับไป—เศษเสี้ยวที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดทั่วฟ้าดิน! การกระทำเช่นนี้ต่างจากวิถีมารตรงไหน? วันนี้ห้ามปล่อยให้นางหนีไปเด็ดขาด! ต้องส่งสมบัติคืนและชดใช้ด้วยชีวิต!”
เขาป้ายความผิดฐานฆ่าคนชิงสมบัติให้นางทันที หวังกระพือความโกรธแค้นของผู้คน
