เจียงเยว่หลีรู้สึกราวกับถูกโยนเข้าไปในกระแสธารเชี่ยวกราก ซึ่งประกอบขึ้นจากแสงสว่างบริสุทธิ์และเศษเสี้ยวมิติ
ฟ้าดินหมุนคว้าง กาลเวลาและมิติปั่นป่วน แรงฉีกกระชากอันรุนแรงถาโถมมาจากรอบด้าน ทรงพลังกว่าการส่งตัวเข้าสู่แดนลับตอนแรกถึงร้อยเท่า!
แต่คราวนี้นางกลับมิได้รู้สึกไม่สบายกายมากนัก แหวนเฉียนคุนบนนิ้วนางข้างซ้ายร้อนผ่าว แผ่แสงแห่งความโกลาหลอันนุ่มนวลแต่ยิ่งใหญ่ ก่อเป็นรังไหมแสงห่อหุ้มและปกป้องนางไว้อย่างแน่นหนา บนรังไหมแสงนั้นมีเงาพร่ามัวของดวงตะวัน จันทรา ดวงดาว ขุนเขา แม่น้ำ และมหาสมุทรหมุนเวียนอยู่ ช่วยกั้นกระแสมิติแปรปรวนทั้งหมดไว้ภายนอก
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใด อาจแค่ชั่วพริบตา หรืออาจยาวนานนับหมื่นปี
ความปั่นป่วนรอบด้านพลันสงบลง
เจียงเยว่หลีเหยียบยืนบนพื้นอย่างมั่นคง ประคองร่างให้ตั้งตรง ก่อนกวาดตามองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
ที่นี่มิใช่ภายในตำหนักเซียนอันวิจิตรดังที่นางจินตนาการไว้ หากเป็นห้วงสุญญะที่รกร้าง แตกสลาย และเงียบงันอย่างยิ่ง
ท้องฟ้าหม่นมัว ไร้ดวงตะวัน จันทรา และดวงดาว มีเพียงรอยแยกมิติขนาดมหึมาราวบาดแผลพาดขวางอยู่เป็นจำนวนมาก บางคราวกระแสพลังแห่งความโกลาหลเล็ดลอดออกมา ส่งเสียงฟ่อชวนให้ขวัญผวา
ผืนดินเป็นสีน้ำตาลดำหม่นแสง แตกระแหงและพังทลาย ลอยคว้างอยู่กลางห้วงสุญญะ ก่อเกิดเป็นเกาะลอยฟ้าขนาดต่าง ๆ บนเกาะเหล่านั้นพบเห็นซากกระดูกยักษ์และเศษซากสิ่งปลูกสร้างอยู่ทั่วทุกแห่ง เก่าแก่และพังทลายยิ่งกว่าสนามรบโบราณภายนอกเสียอีก
อากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายดับสูญ ราวกับสรรพสิ่งหวนคืนสู่ความว่างเปล่าและจักรวาลกำลังดับสิ้น ทว่าท่ามกลางความดับสูญนั้น กลับแฝงไว้ด้วยพลังชีวิตต้นกำเนิดอันริบหรี่ บริสุทธิ์และสูงส่งอย่างยิ่ง
ใจกลางโลกที่แตกสลายแห่งนี้ มีเศษซากสีน้ำตาลดำขนาดมหึมา รูปร่างไม่เป็นระเบียบลอยอยู่กลางอากาศ นั่นคือเศษเสี้ยวของโลกเฉียนคุนที่นางเห็นจากภายนอกโดยแท้! มันลอยนิ่ง แผ่ประกายแห่งความโกลาหลพร่าเลือน ราวกับเป็นหัวใจของห้วงสุญญะที่พังทลายทั้งผืน เต้นแผ่วเบาแต่ไม่ยอมดับสูญ
“ที่นี่…คือมิติภายในเศษเสี้ยวของโลกเฉียนคุนหรือ?” เจียงเยว่หลีเข้าใจขึ้นมาในใจ
