หลี่ซินติ่งห่มผ้าด่าทอไปก็ยิ่งโมโห พลันสะบัดผ้าห่มผ้าฝ้ายที่ปะแล้วปะอีกออก เตรียมจะลงจากเตียงไปคิดบัญชีกับเฉินต้าซาน!
แต่เท้ายังไม่ทันแตะพื้น ความเย็นก็พุ่งปราดเข้าไปตามร่องกระดูกไม่หยุด!
“ซี้ด...”
ตาแก่สะดุ้งตัวสั่นอย่างแรง สองเท้าชะงักค้างกลางอากาศทันที!
“เฉินต้าซาน ไอ้คนชั่ว!”
เขากัดฟันด่ากรอด ๆ ทว่าร่างกายกลับซื่อสัตย์ยิ่งนัก หดกลับเข้าไปในผ้าห่มด้วยความเร็วมากกว่าตอนสะบัดผ้าออกถึงสามเท่า “เต๋อเหวินเด็กดี อย่าร้องไห้เลยนะ!”
“เฉินต้าซานจงใจยั่วโมโหพวกเรา ไม่อย่างนั้นใครจะลุกขึ้นมาทำเนื้อกินตอนดึกดื่นกันล่ะ?”
“อย่าหลงกลเขาเชียวนะ ถ้าเขารู้ว่าแกอยากกินจนร้องไห้ ไม่รู้จะเอาไปล้อแกยังไง!”
หลี่เต๋อเหวินอายุ 15 ปีแล้ว แต่ยังนอนกับพ่อแม่อยู่!
กลิ่นหอมเข้มข้นลอยเข้าจมูกระลอกแล้วระลอกเล่า ทำเอาน้ำลายไหลไม่หยุด หลี่ซินติ่งจะกล่อมให้สงบได้ที่ไหนกัน?
เจ้าหนูนี่ร้องไห้โวยวายพลิกตัวไปมา จนเกือบถีบผ้าห่มบนเตียงกระเด็น!
ลมหนาวพัดกรูเข้ามาใต้ผ้าห่มไม่หยุด ไออุ่นข้างในพลันหายไปหมด!
ไม่นานทั้งสามคนในบ้านก็จามกันถ้วนหน้า!
……
เปลวไฟเลียก้นหม้อแขวน กลิ่นเนื้อหอมคลุ้งปนกับความหวานนุ่มของข้าวต้ม ลอยอบอวลอยู่ในอากาศชื้น
เฉินต้าซานย่อตัวอยู่ตรงหน้าจ้าวฮุ่ยหลาน ข้างเท้ามีเหล้าขาวอยู่ครึ่งชามเล็ก
“อดทนหน่อย!”
เขาขีดไม้ขีดไฟ พรึ่บเดียวก็จุดเหล้าขาวในชามกระเบื้องเนื้อหยาบให้ลุกไหม้
จากนั้นใช้ปลายนิ้วจุ่มเหล้าที่กำลังลุกเป็นไฟ แล้วนวดคลึงพร้อมตบเบา ๆ ลงบนแผลน้ำกัดเท้าของจ้าวฮุ่ยหลาน
นี่เป็นวิธีบำบัดด้วยไฟจากเหล้าที่เขาเรียนมาจากสหายร่วมกองทัพชนกลุ่มน้อยคนหนึ่ง เมื่อชาติที่แล้วตอนอยู่ในกองทัพ!
วิธีนี้ไม่เพียงรักษาแผลน้ำกัดเท้าได้ดี แต่ยังช่วยขับลมไล่ความเย็น กระตุ้นการไหลเวียนของปราณและโลหิต ลดบวมบรรเทาปวดได้ด้วย!
