ในยุคนี้ บนภูเขา ขนมแท่งข้าวเหนียวกับขนมถั่วอบเป็นของอร่อยหายากยิ่ง มีเพียงช่วงตรุษจีนเท่านั้นที่ผู้คนจะกัดฟันซื้อมาเล็กน้อย
ครอบครัวทั่วไปมักเก็บขนมเหล่านี้ใส่กล่องลงรัก แล้วล็อกไว้ในตู้ด้วยความระมัดระวัง จะนำออกมาต้อนรับแขกอย่างเป็นพิธีการก็ต่อเมื่อมีแขกคนสำคัญมาเยือนเท่านั้น
แต่ตอนนี้เฉินต้าซานกลับหยิบออกมาสองห่อใหญ่ได้อย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเป็นขนมกินเล่นธรรมดา ให้จ้าวฮุ่ยหลานกินรองท้อง
หลี่เต๋อเหวินกับหลี่ชุนเหม่ยจ้องจ้าวฮุ่ยหลานตาไม่กะพริบ!
พอเห็นเธอค่อย ๆ อ้าปากกัดขนมอย่างระมัดระวัง ทั้งคู่ก็อดอ้าปากตามเธอไม่ได้!
เอื๊อก!
เสียงกลืนน้ำลายสองครั้งดังชัดขึ้นมาอีกครั้งในห้อง!
ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งโดนซ้อมยับมา อีกทั้งตอนนี้เฉินต้าซานยังแผ่รังสีอำมหิตชวนให้คนหวาดผวา หลี่เต๋อเหวินคงพุ่งเข้าไปแย่งขนมราวกับหมาป่าหิวโซนานแล้ว!
จ้าวฮุ่ยหลานมองขนมแท่งข้าวเหนียวกับขนมถั่วอบในมือ พลางสูดกลิ่นหอมหวานชวนให้น้ำลายสอ แล้วนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่!
พอกัดลงไป ขนมแท่งข้าวเหนียวก็ดังกรอบแกรบ น้ำตาลทรายสีขาวที่เคลือบอยู่พลันแผ่ความหวานซ่านไปทั่วปลายลิ้น!
รสสัมผัสทั้งหอมทั้งกรอบอร่อยเสียจนเธอที่คราบน้ำตายังไม่แห้ง หรี่ตาจนเป็นจันทร์เสี้ยว
แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานของหวานได้!
ยิ่งในยุคที่แม้แต่น้ำตาลทรายขาว 100 กรัมยังต้องเก็บไว้ราวกับของล้ำค่า นาน ๆ ครั้งถึงจะหยิบออกมาชงน้ำหวานต้อนรับแขกได้ การได้กินของหวานจึงยิ่งเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย!
“อร่อยไหม?”
เฉินต้าซานลูบรอยนิ้วมือทั้งห้าบนใบหน้าจ้าวฮุ่ยหลานอย่างเจ็บปวด ข่มความโกรธที่พลุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ชอบก็กินให้เยอะ ๆ กินหมดแล้วฉันจะไปซื้อมาให้อีก!”
พอลุกขึ้น เขาก็ตวัดสายตาเย็นชาไปทางพี่น้องหลี่ชุนเหม่ย
