ชายสวมหมวกหนังสุนัขสองคนถูกป้าหลี่ ป้าหลิน และคนอื่น ๆ บีบให้ถอยไปหลายก้าว
แต่เพียงพริบตาเดียว พวกเขาก็แย่งไม้กวาดจากมือพวกป้า ๆ มาได้ ทั้งยังทำให้พวกนางตกใจจนถอยหนี ก่อนจะด่ากราดอย่างดุร้ายว่า “พวกยายแก่ใกล้ลงโลง! คนที่ถูกพี่ใหญ่ต้าฮุยของพวกเราสั่งสอนมีตั้งเยอะ กลางวันแสก ๆ แล้วจะทำไม? หรือจะต้องรอให้ถึงกลางคืนถึงค่อยลงมือ?”
ต้าฮุยจื่อนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า หลี่จื้อเฉียง ส่งเสียงหัวเราะเยาะ “เรียกคนมาเหรอ? เรียกมาให้โดนซ้อมด้วยกันหรือไง?”
ลูกสมุนกลุ่มหนึ่งหัวเราะครืนขึ้นมาอีกครั้ง “ฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
ป้าคนหนึ่งร้อนใจจนกระทืบเท้า “พวกแก…พวกแกเป็นโจรหรือไง? กลางวันแสก ๆ ยังบุกมาทำชั่วถึงบ้านคนอื่น ไม่มีกฎหมายบ้านเมืองแล้วหรือไง?”
“กฎหมายบ้านเมือง?” ต้าฮุยจื่อหัวเราะ “พวกยาจกอย่างพวกแก มีสิทธิ์มาพูดเรื่องกฎหมายกับฉันด้วยหรือ?”
“พี่เผิงบ้านฉันทั้งมีเงินทั้งมีอำนาจ ต่อให้เข้าโรงพัก พวกเจ้าหน้าที่ก็ยังต้องเข้าข้างเขา!”
คนผู้นี้ช่างหยิ่งผยองถึงขีดสุด ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา!
หลี่จื้อเฉียงฉวยจังหวะที่ชายสวมหมวกหนังสุนัขคนหนึ่งเงยหน้าหัวเราะ พุ่งเอาหัวโขกเข้าใส่อย่างแรง
ชายสวมหมวกหนังสุนัขไม่ทันตั้งตัว ถูกเขาโขกเข้าที่หน้าอกอย่างจังจนเจ็บจนแยกเขี้ยว
อีกฝ่ายฉวยโอกาสรวบตัวหลี่จื้อเฉียงไว้ ก่อนจะเงื้อหมัดด้วยความโกรธจัด
กระต่ายจนตรอกยังแว้งกัด!
หลี่จื้อเฉียง ชาวนาซื่อ ๆ คนนี้ ถูกคนพวกนี้ยั่วจนเลือดขึ้นหน้าแล้ว
เขาส่งเสียงร้องโวยวายไม่หยุด ไม่รู้ว่ากำลังคำรามหรือร้องไห้ จากนั้นก็หันไปกัดขอบฝ่ามือของชายสวมหมวกหนังสุนัขเต็มแรง
“โอ๊ย…”
ชายสวมหมวกหนังสุนัขร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ปล่อยคอหลี่จื้อเฉียงแล้วสะบัดมือสุดแรง
เกาไฉเสียฉวยโอกาสวิ่งเข้ามา คว้าตัวสามีแล้วพากันหนี
“แม่งเอ๊ย ไอ้ไร้ประโยชน์ แค่ชาวนาขาเปื้อนโคลนคนเดียวยังจัดการไม่ได้!”
