หน้าบ้านหลี่หย่งกุ้ยมีผู้คนส่งเสียงอื้ออึง
ป้าหวังตะโกนไม่หยุดราวกับลำโพงเคลื่อนที่ เรื่องราวแพร่กระจายออกไปในเวลาไม่นาน
ลุงจางผู้ชอบยื่นหน้าเข้าไปยุ่งกับเรื่องคนอื่นมาแต่ไหนแต่ไรพลันหน้าขรึม กระแทกไม้เท้าลงพื้นแล้วด่ากราดว่า “เฉินต้าซานคนนี้ช่างทำตัวเหลวไหลเกินไปแล้ว!”
“ฉันอายุมากขนาดนี้แล้ว วันนั้นพูดกับเขาไปแค่สองคำ เขายังกล้าเถียงฉันอีก วันนี้กลับพาเด็กสองคนบ้านเยว่จิ้นเข้าป่าไปอีก!”
“นี่มันหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ เป็นตัวก่อหายนะจริง ๆ!”
ป้าหวังกระโดดโลดเต้นไปมาตลอด แถมยังเท้าเอว ตะโกนเสียงแหลมว่า “ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าเฉินต้าซานไม่ใช่คนอยู่นิ่ง วัน ๆ เอาแต่คิดแผนการพิเรนทร์!”
“คราวนี้เอาแล้วสิ ถ้าเด็กสองคนนั้นเป็นอะไรไป เยว่จิ้นกับซิ่วอิงจะอยู่กันยังไงล่ะ!”
“นั่นมันเนินเหล่ยนะ ถ้าเกิดเจอหมูป่าขึ้นมา พวกเขาจะยังมีชีวิตรอดหรือไง?”
“ฉันว่านะ เฉินต้าซานจงใจคิดจะฆ่าเด็กสองคนนั้นให้ตายชัด ๆ!”
เรื่องชีวิตคนสำคัญยิ่ง มีคนรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่คณะกรรมการหมู่บ้านทันที
โจวอวี้เจินเพิ่งมาถึงก็ทำหน้าบิดเบี้ยว ตะโกนด่าทอเสียงดังว่า “เฉินต้าซานคนนั้นมันตัวซวยชัด ๆ!”
“ตั้งแต่เด็กก็ทำให้พ่อตัวเองตาย โตขึ้นมายังลงไม้ลงมือกับพ่อเลี้ยงที่เลี้ยงดูมาตั้งสิบกว่าปีอีก ช่างอกตัญญูไร้หัวใจจริง ๆ!”
“ตอนนี้มีเงินอยู่ไม่กี่แดงก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองแซ่อะไร พาเด็กสองคนบ้านเยว่จิ้นไปล่าหมูป่า นี่ไม่เท่ากับพาพวกเขาไปตายหรือไง?”
คนผู้นี้ทั้งด่าทั้งกระทืบเท้า ดูเผิน ๆ เหมือนกำลังร้อนใจแทนหลี่เยว่จิ้น แต่แท้จริงแล้วกลับคอยเติมเชื้อไฟไม่หยุด
พริบตาเดียว ชาวบ้านรอบข้างก็ถูกปลุกปั่นจนเดือดดาล!
บ้านหลี่หย่งกุ้ยอยู่ห่างจากห้องเก็บของเพียงไม่กี่สิบเมตร ชาวบ้านหลายคนที่เมื่อวานถูกเฉินต้าซานปฏิเสธไม่ให้เข้าไป ต่างพากันพุ่งไปทางห้องเก็บของราวกับฉลามได้กลิ่นคาวเลือด
