“น้องชาย นี่เงิน 470 หยวน!”
จีตงหลินพูดด้วยสีหน้ากระวนกระวาย “ฐานะทางบ้านผมมีจำกัด เลยเอาออกมาได้แค่นี้!”
“ผมรู้ว่างานในเมืองคงไม่ได้มีราคาแค่นี้ แต่โรงงานประทัดก็เป็นแค่โรงงานเล็ก ๆ แถมเงินเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร พูดไปแล้วก็เพื่อให้ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเท่านั้น...”
เห็นเฉินต้าซานลังเล เขารีบพูดต่อว่า “เอาอย่างนี้ไหม ผมให้คูปองซื้อธัญพืชท้องถิ่นอีก 30 ชั่ง คูปองซื้อผ้า 20 ฉื่อ คูปองซื้อเนื้อ 10 ชั่ง แล้วก็คูปองซื้อสินค้าอุตสาหกรรมอีก 10 ใบ แบบนี้ได้ไหม?”
โรงงานประทัดไม่ใช่โรงงานใหญ่ของรัฐอะไร
ในยุคที่การคมนาคมไม่สะดวกและต้นทุนขนส่งสูง โรงงานแห่งนี้มีไว้ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่เท่านั้น ผลประกอบการจึงเรียกว่าดีไม่ได้เลย
เมื่อเศรษฐกิจเปิดกว้างและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ กิจการของโรงงานย่อมแย่ลงทุกที ถึงขั้นอาจปิดตัวลง
ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือมีตำแหน่งพนักงานประจำ ต่อให้โรงงานปิด พนักงานก็จะได้รับการจัดสรรงานอื่น
เฉินต้าซานไม่คิดจะให้ภรรยาตัวเองเข้าโรงงานไปเป็นแรงงานอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโรงงานเล็ก ๆ ที่อนาคตยังไม่แน่นอนแบบนี้
แค่ทำให้หลี่ซินติ่งเลิกคิดถึงเรื่องนี้ต่อ และไม่ปล่อยให้ไอ้เฒ่าสารเลวนั่นได้ประโยชน์อะไรไปก็พอ
ส่วนงานนี้จะขายได้ราคาเท่าไร เขาไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษนัก!
อย่างไรเสียก็เป็นเงินที่ได้มาเปล่า ๆ เงิน 470 หยวนบวกกับคูปองอีกตั้งมากมาย นับว่ากำไรบานเบอะแล้ว!
ถึงในใจจะคิดอย่างนั้น แต่สีหน้ากลับยังแสร้งลังเลอยู่!
ค้าขายก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ!
ถ้าตอบตกลงง่ายเกินไป อีกฝ่ายก็จะยิ่งคิดว่าตัวเองเสียเปรียบ!
เขาจงใจเงียบไปพักหนึ่ง กระทั่งครอบครัวของจีตงหลินร้อนใจจนเหงื่อผุดที่ปลายจมูก จึงกัดฟันพูดว่า “ตกลง ขอแค่งานนี้ไม่ตกไปอยู่ในมือพ่อเลี้ยงของผม ขาดทุนหน่อยก็ช่างมัน!”
