เฉินต้าซานเพิ่งก้าวเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากนอกลาน
จากนั้นหลี่ซู่เกินก็วิ่งโซเซพรวดเข้ามา สะดุดธรณีประตูจนล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
“ต้าซาน ลุงขอร้องล่ะ!” เขาพยายามพยุงตัวลุกขึ้น ทั้งเนื้อทั้งตัวเปรอะเปื้อนฝุ่น พลางวิงวอนว่า “ขอแค่อย่าเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนถึงอำเภอ ไม่ว่าเรื่องอะไรลุงก็ยอมทั้งนั้น!”
ในเตาไฟ ฟืนเปียกที่เฉินต้าซานเก็บกลับมาเมื่อเช้ากำลังคุโขมงเป็นควันหนาทึบ
หลี่ซู่เกินถูกควันรมจนน้ำตาไหลพราก ไอไปพลางแก้ตัวไปพลาง “ฉันก็โดนยายโจวอวี้เจินนั่นหลอกเหมือนกัน!”
“หล่อนบอกว่าจับฉลากแบ่งที่ดินยุติธรรมที่สุด ไม่มีใครก่อเรื่องหรอก คนอื่น ๆ ในคณะกรรมการหมู่บ้านก็เห็นด้วยกันหมด...”
เฉินต้าซานเติมฟืนเปียกเข้าไปอีกสองสามท่อน สีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ควันพลันหนาทึบขึ้น “ไม่ให้ฉันเอาเรื่องไปร้องเรียนถึงอำเภอ แล้วไงต่อ?”
“คิดจะไกล่เกลี่ยให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กก็ให้มันเงียบไปงั้นหรือ?”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเขาก็เย็นชาขึ้นทันที “เหมือนตอนที่เป็นคนกลางจัดการเรื่องแยกบ้านของฉันกับหลี่ซินติ่งก่อนหน้านี้น่ะหรือ?”
ช่วงกลางฤดูหนาว หลี่ซินติ่งอยากแยกบ้านก็แยกทันที
เขาให้เฉินต้าซานกับจ้าวฮุ่ยหลานย้ายไปอยู่กระท่อมมุงหญ้า แทบไม่ให้อะไรติดตัวมาเลย เห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจผลักให้ทั้งคู่ไปตาย!
แต่ตามชนบท เวลาแยกบ้านต้องให้เจ้าหน้าที่หมู่บ้านออกหน้ามาไกล่เกลี่ยและตัดสินอย่างเป็นธรรม!
ถ้าตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่หมู่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์สักคนพูดความเป็นธรรมออกมาบ้าง หลี่ซินติ่งก็คงไม่กล้าทำเรื่องให้เด็ดขาดถึงขนาดนั้น
แล้วผลเป็นยังไงล่ะ?
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงหลี่ซู่เกินซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้าน ต่างก็แกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด พยายามไกล่เกลี่ยให้เรื่องเงียบไปทั้งนั้น!
