หลี่ซู่เกินจ้องมองข้าวของที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอยู่นานกว่าจะตะโกนออกมาได้ว่า “เฉินต้าซาน! แกบ้าอะไรขึ้นมา?”
ใบหน้าเขาแดงก่ำ พลางจิ้มอกเฉินต้าซาน “คิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษต้นแบบแล้วจะอาละวาดตามใจชอบได้หรือไง? นี่คือการประชุมแบ่งที่ดิน ถ้าพังขึ้นมา แม้แต่ฉันก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย!”
โจวอวี้เจินเบียดแทรกไปแถวหน้าอย่างกับปลาไหล พร้อมตะโกนเสียงแหลม “ดูสิ ดูให้ชัด นี่แหละวีรบุรุษต้นแบบของหมู่บ้านเรา!”
“ที่ดิน 8 หมู่ 6 เฟิน แบ่งที่ดีที่เลวอย่างละครึ่ง แล้วเขาเสียเปรียบตรงไหน?”
เธอยื่นเล็บแทบจะแทงถึงปลายจมูกเฉินต้าซาน “ไม่พอใจก็เลยพังงานหรือ? คิดจริง ๆ หรือว่าหมู่บ้านหลี่เป็นอาณาจักรของเฉินต้าซาน?”
“การแบ่งที่ดินทำกินให้แต่ละครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ จะให้แกมาทำตามอำเภอใจไม่ได้!”
เธอหันขวับไปชูแขนตะโกน “ใครก็ได้! มัดตัวไอ้ผู้ก่อกวนคนนี้ ส่งไปสถานีตำรวจ!”
“จับมันไว้! จับมันไว้!” ยายซุนกระโดดหย็องแหย็งอยู่กลางฝูงชน “หากินด้วยเงินสกปรกแบบไร้ยางอายก็แล้วไป ยังกล้าทำลายนโยบายของชาติอีก!”
หลังรู้ว่าเฉินต้าซานพลิกหัวบุกขายได้เงินตั้งมากมาย ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็พากันโวยวายจะเอาคำอธิบายจากเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
แต่ไม่มีใครกล้าเป็นคนเริ่ม ทุกคนจึงได้แต่อดกลั้น ไม่กล้าผลีผลามลงมือ!
คราวนี้พอเห็นว่าเขาทำให้ทุกคนโกรธแค้นกันหมด เสียงด่าทอก็ดังขึ้นระงมจากทั่วฝูงชน น้ำลายกระเซ็นว่อน
“จับฉลากไม่ได้ที่ดี ก็เลยมาอาละวาดตรงนี้หรือ? ประชุมกันทั้งหมู่บ้านยังกล้าก่อเรื่องแบบนี้ ฉันว่าเขามันต้องโดนสั่งสอน!”
