หลี่เอ้อร์จู้ปากแข็งสุด ๆ แต่ลึก ๆ แล้วกลับกลัวน้ำแทบตาย
ตลอดทางเขาแย่งเดินนำหน้า จงใจเหยียบแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ ใต้เท้าจนดังกรอบแกรบ ทำท่าทางราวกับไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
แต่พอมาถึงริมแม่น้ำตานสุ่ยและเห็นผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะ เขาก็ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว อ้อยอิ่งจนขยับมาอยู่ด้านหลังเฉินต้าซาน
เฉินต้าซานยืนอยู่ริมแม่น้ำ หรี่ตามองสำรวจรอบ ๆ จากนั้นก็ก้มลงปัดหิมะออก
เขาออกแรงอยู่พักใหญ่ กว่าจะงัดก้อนหินขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลออกมาจากดินที่แข็งเป็นน้ำแข็งได้ แล้วก็เหวี่ยงมันฟาดลงบนผิวน้ำแข็งอย่างแรง
ตึง!
ก้อนหินกระแทกจนเกิดรอยสีขาวบนผิวน้ำแข็ง ก่อนจะไถลปรื๊ดไปไกล!
ดวงตาเฉินต้าซานพลันเป็นประกาย เขาคว้าเหล็กแหลมที่ยืมมาจากหลี่ซู่เกินก่อนหน้านี้ แล้วกระหน่ำแทงลงบนผืนน้ำแข็ง
เดิมทีเหล็กแหลมอันนี้ยืมมาใช้ขุดหลุมปักเสาทำเพิง!
แต่เอามาเจาะน้ำแข็งตอนนี้ก็ถือว่าใช้งานได้ถนัดมือดี
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เขาก็เจาะผืนน้ำแข็งจนเป็นรูเล็ก ๆ ได้
ที่นี่ต่างจากทางเหนือจริง ๆ แม้จะเป็นสภาพอากาศหนาวจัดแบบที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่น้ำแข็งบนผิวน้ำก็ยังหนาไม่ถึง 20 เซนติเมตร
เท่านี้ก็พอแล้ว!
ขึ้นไปสักหนึ่งหรือสองคนไม่มีปัญหาแน่นอน!
“พี่ต้าซาน จะไหวไหม?”
หลี่เอ้อร์จู้ยืนห่างออกไปสามก้าว สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น “น้ำแข็งเต็มไปหมด แล้วจะจับปลาได้ยังไง?”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง?”
เฉินต้าซานหันมาพาเขาเดินไปทางต้นน้ำ จนมาถึงโค้งน้ำที่กระแสน้ำไหลย้อน!
ในฤดูกาลแบบนี้ ปลาในน้ำไม่ค่อยเคลื่อนไหว มักจะหลบอยู่ในแอ่งน้ำที่สงบนิ่งเช่นนี้
