แม้วันนั้นจะมีแดดออกอยู่พักหนึ่ง แต่หิมะในป่าบนเขาก็ละลายไปไม่มากนัก
เดิมทีป่าก็เดินทางลำบากอยู่แล้ว ยิ่งเฉินต้าซานตั้งใจจะบุกสำรวจเข้าไปในป่าลึก พอเขาวางกับดักสัตว์ที่มีอยู่หลายอันจนหมด เวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายแล้ว
บางทีอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีฝูงหมาป่าปรากฏตัว เฉินต้าซานเดินลึกเข้าไปในป่าจากเนินเหล่ยไกลมาก แต่กลับไม่พบร่องรอยของสัตว์ป่าสักตัว
ท้ายที่สุดเขาก็เจอกระต่ายป่าตัวหนึ่ง ทว่ากระสุนที่เหลืออยู่มีไม่มาก จึงเสียดายเกินกว่าจะยิง สุดท้ายเลยจับมันไม่ได้
ตัดกลับมาที่อีกด้านหนึ่ง!
พอเฉินต้าซานออกจากบ้านตั้งแต่เช้า จ้าวฮุ่ยหลานก็ไปเยี่ยมเกาไฉเสียที่บ้าน
หลังจากกินยาและพักฟื้นมาหลายวัน แม้ขาของเธอยังออกแรงหนักไม่ได้ แต่เดินเหินตามปกติได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว
คนในหมู่บ้านรู้กันมานานว่าขากะเผลกของเธอหายดีแล้ว!
เพียงแต่ช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ตอนเก็บหัวบุกก็แทบจะนั่งอยู่ตลอด คนส่วนใหญ่จึงยังไม่แน่ใจว่าหายสนิทแล้วหรือยัง
วันนี้พอเห็นเธอหิ้วตะกร้าไว้ที่ข้อแขน เดินอย่างมั่นคงไปตามถนนมุ่งหน้าสู่ปากหมู่บ้าน ทุกคนก็พากันตกใจและเริ่มพูดคุยกัน
“เห็นกันหรือยัง? เมียต้าซานหายขากะเผลกแล้วจริง ๆ ด้วย!”
“เมื่อก่อนยังดูไม่ออกเลยนะ พอแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วหน้าตาสะสวยใช้ได้เลย โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด เห็นแล้วชวนให้เอ็นดูจริง ๆ!”
“นั่นสิ ถึงจะผอม แต่ดูสะโพกนั่นก็รู้ว่าเลี้ยงลูกเก่งแน่!”
“ก่อนหน้านี้พวกเรายังหัวเราะเฉินต้าซานที่ได้เมียขากะเผลกอยู่เลย ตอนนี้ดูท่าเขาจะเคราะห์ร้ายกลายเป็นดี ได้ของล้ำค่ามาครองแล้วสิ!”
“อย่างน้อยเธอก็เป็นเยาวชนมีความรู้ เคยเรียนหนังสือมานะ!”
