ยามค่ำคืน นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้นอนบนเตียงที่บ้าน
กู้เชียนกินจนอิ่ม มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่าดาวสีคราม ไม่ใช่โลกอีกใบที่มีสภาพแตกต่างจากโลกมนุษย์ หากเป็นดาวเคราะห์ดวงที่สามซึ่งกองกำลังบุกเบิกของสหพันธ์มนุษย์เข้ามาสำรวจ อยู่ไม่ไกลจากโลก อันเป็นถิ่นกำเนิดของมนุษยชาติ
สิ่งที่ปรากฏบนท้องฟ้าก็ไม่ใช่ดวงจันทร์อีกต่อไป แต่เป็นดาวบริวารที่แหว่งหายไปครึ่งดวง
ได้ยินว่าตอนที่มนุษย์บุกเบิกดาวสีครามครั้งนั้น พวกเขาเผชิญหน้ากับเทพชั่วร้ายจากต่างเผ่าพันธุ์ นักบุญยุทธ์ของมนุษยชาติจึงซัดหมัดเดียว ทำให้เทพชั่วร้ายพร้อมกับดาวบริวารดวงนั้นแตกเป็นสองซีก
“ระบบ เริ่มจำลองได้เลย”
กู้เชียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดระบบขึ้นมา บางทีโอกาสรอดชีวิตของเขาอาจอยู่ในเครื่องจำลองนี้
【เริ่มการจำลอง】
【เจ้าเกิดมาโดยมีพ่อเป็นนักโทษ เขาตายในระหว่างการเดินทางไปบุกเบิกดาวต่างถิ่น ส่วนแม่สอบการประเมินวิถียุทธ์ไม่ผ่าน จึงทำงานเป็นคู่ซ้อมในสถาบันฝึกยุทธ์แห่งหนึ่ง】
อะไรนะ? ฉันตายระหว่างเดินทางไปบุกเบิกดาวต่างถิ่นงั้นเหรอ?
กู้เชียนเบิกตากว้าง แต่พอคิดอีกที ถึงผลการเรียนในโรงเรียนของเขาจะดีเยี่ยม ก็เป็นแค่มือใหม่ขั้นเปิดวิถียุทธ์คนหนึ่งเท่านั้น
เมื่ออยู่ในสงครามระหว่างดวงดาว การถูกส่งไปตายในฐานะทหารพลีชีพก็เป็นเรื่องธรรมดา
【เจ้าชื่อหลินโฉว มีพรสวรรค์โดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 13 ปี เจ้าเห็นแม่ฝึกวิชาอยู่ในห้องยามค่ำคืน ก็เรียนรู้เคล็ดสูดลมหายใจรับปราณ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของสหพันธ์มนุษย์ได้ด้วยตัวเอง】
【แต่ครอบครัวยากจนมาก ยายของเจ้าล้มป่วยติดเตียง ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลรักษาทุกเดือน เงินที่แม่หามาได้แทบพอแค่เลี้ยงปากท้องเจ้า】
【เพราะเติบโตไม่สมบูรณ์ ร่างกายของเจ้าในวัยเด็กจึงเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่บ้าง ตอนเรียนวิชาสามัญ เด็กหลายคนชอบรังแกเจ้า เจ้าพยายามตอบโต้ แต่เคล็ดสูดลมหายใจรับปราณเพิ่งฝึกได้เพียงขั้นต้น ไม่อาจชดเชยความแตกต่างด้านร่างกายได้】
กู้เชียนมองข้อความตรงหน้า แววสังหารในดวงตาทวีความเข้มข้นขึ้น
หากไม่มีเครื่องจำลอง อนาคตของเขาคงกลายเป็นเพียงโครงกระดูกบนดาวต่างถิ่น ส่วนชีวิตอันสดใสของหลินเหยาก็จะกลายเป็นแค่กระสอบทรายที่ทำได้เพียงรับหมัดในสถาบันฝึกยุทธ์แห่งนั้น
ที่สำคัญที่สุด ลูกของเขาต้องขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็กเพราะปัญหาเรื่องเงิน
【อายุ 16 ปี เจ้าเรียนจบวิชาสามัญอย่างเป็นทางการ ในปีเดียวกันนั้นก็เข้าเรียนที่สถาบันวิถียุทธ์ที่ 19 แห่งเมืองชิงเจียง และเริ่มต้นฝึกวิถียุทธ์อย่างจริงจัง】
【เจ้าเลือกฝึกเคล็ดสูดลมหายใจรับปราณที่เห็นแม่ฝึกตอนยังเด็ก วิชานี้ไม่ได้ยาก ปีแรกเจ้าก็ฝึกจนถึงขั้นเปิดวิถียุทธ์ 8% เครื่องตรวจวัดวิถียุทธ์ไม่โกหก พรสวรรค์ของเจ้าได้เผยออกมาอย่างเต็มที่ในที่สุด】
【แต่เพราะขาดสารอาหารมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การเรียนรู้วิชาต่อสู้ของเจ้าจึงช้ามาก แม้แต่วิชาดาบพื้นฐานที่ง่ายที่สุด เจ้าก็ใช้เวลาทั้งปีเรียนได้เพียงกระบวนท่าแรก ฟัน】
【อัจฉริยะผู้เป็นที่จับตามองแต่เดิม กลายเป็นตัวตลกของทุกคน เป็นนักทฤษฎีการฝึกยุทธ์ที่มีดีแค่ภาพลักษณ์แต่ไร้ฝีมือ】
【อายุ 17 ปี ยายของเจ้าเสียชีวิต แม่ไม่คอยดูแลเจ้าอีกต่อไป เงินที่หาได้ในแต่ละเดือน นอกจากค่าครองชีพไม่กี่ร้อยหยวนที่ให้เจ้าแล้ว เวลาที่เหลือนางก็เก็บตัวฝึกยุทธ์อยู่ในห้อง】
กู้เชียนรู้ว่าหลินเหยาหมกมุ่นจนเข้าขั้นคลุ้มคลั่ง ชีวิตพังพินาศ แม่ก็จากไป นางจึงฝึกยุทธ์ราวกับคนเสียสติ ทั้งหมดก็เพื่อแก้แค้น
ตัวเขาตายไปแล้ว เป้าหมายในการแก้แค้นของนางจึงเหลือเพียงเฉินฮ่าวเสวียน ผู้ซึ่งเปลี่ยนชะตาชีวิตไปนานแล้วและไม่รู้ว่าตอนนี้มีฝีมือระดับไหน
“ยัยนี่บ้าไปแล้วจริง ๆ ต่อให้แย่ที่สุด อย่างน้อยก็บอกแม่เรื่องที่แม่จะได้เป็นคุณยายสิ ตั้งแต่ฉันบรรลุนิติภาวะก็เอาแต่บ่นเรื่องนี้ ตอนนี้มีหลานแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องอีก”
กู้เชียนถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง เขาไม่มีสิทธิ์ตำหนิการตัดสินใจของหลินเหยา บางทีนางอาจไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาอีกเลยก็ได้
แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลินเหยาถึงตัดสินใจคลอดลูกออกมา
【อายุ 18 ปี เจ้าไปถึงขั้นเปิดวิถียุทธ์ 19% แต่ก็ยังเรียนได้เพียงกระบวนท่าฟันกระบวนท่าเดียวในวิชาดาบพื้นฐาน】
【เส้นทางสู่สถาบันยุทธ์ของเจ้าขาดสะบั้น เจ้าเกิดมาพร้อมความบกพร่อง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้การสอบวิถียุทธ์ ฝึกกระบวนท่าฟันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน กระบวนท่าเดียวที่เจ้าเรียนรู้ได้】
【แต่ในปีเดียวกันนั้น ข่าวร้ายก็มาเยือน หลินเหยาผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างเป็นคู่ซ้อม จนเป็นอัมพาตติดเตียงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากสัญญาเอาเปรียบที่แม่ทำไว้กับอีกฝ่าย เจ้าได้รับเงินชดเชยเพียงไม่กี่หมื่นหยวน】
【ค่ารักษามหาศาลตกเป็นภาระบนบ่าของเจ้า เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลิกสอบวิถียุทธ์และหันไปหาเงินมารักษาแม่】
ข้อความตรงหน้าราวกับเริ่มกลายเป็นภาพจริง กู้เชียนเห็นหลินเหยาที่อายุเพียงสามสิบกว่าแต่ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ระดับพลังของนางมีเพียงขั้นเปิดวิถียุทธ์ 69% เท่านั้น นางพลาดช่วงเวลาฝึกยุทธ์ไป ครึ่งชีวิตหมดไปกับการเป็นกระสอบทรายรับหมัด
ตอนนี้นางเป็นอัมพาตติดเตียง แม้แต่ฆ่าตัวตายก็ยังทำไม่ได้ ทำได้เพียงมองเด็กหนุ่มที่หน้าตาคล้ายกู้เชียนถึงแปดส่วน นั่งเช็ดมือให้อย่างเงียบงัน
ผมสั้นสีดำที่เคยดูอ่อนเยาว์ กลับขาวโพลนไปกว่าครึ่งภายในชั่วข้ามคืน
“แม่ ผมเลิกสอบวิถียุทธ์แล้ว ผมรู้ว่าแม่เกลียดผม เกลียดผู้ชายที่ทอดทิ้งแม่ไป”
“……”
เดี๋ยวนะ อะไรนะ ฉันทิ้งหลินเหยาไปงั้นเหรอ?
กู้เชียนแทบกระอักเลือด ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอัฐิของเขาถูกโปรยไปถึงไหนแล้ว
หลินเหยาไม่เคยพูดถึงเขาให้ลูกฟังเลยจริง ๆ ด้วย!
“แต่แม่คลอดผมมา เลี้ยงผมจนโต แม่ใช้บาดแผลบนร่างกายแลกกับการให้ผมได้เรียนหนังสือและฝึกยุทธ์อย่างสบายใจ ตอนนี้ผมโตแล้ว ถึงคราวที่ผมจะดูแลแม่บ้าง”
“ผมจะหาเงินมารักษาแม่ จะหาเงินให้แม่กลับมาเป็นปกติ”
ดวงตาไร้แววของหลินเหยาเริ่มพิจารณาลูกชายที่นางไม่อยากเผชิญหน้าและปล่อยปละละเลยมานานถึง 18 ปีอย่างจริงจัง นางอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่มีเพียงน้ำตาสองสายไหลลงจากหางตา
【อายุ 19 ปี เจ้าเริ่มทำงานหลายอย่าง ทั้งเป็นคู่ซ้อม รปภ. หรือแม้แต่ผู้ทดลองยาที่ยังไม่ทราบชนิดให้บริษัทบางแห่ง】
【เทคโนโลยีของสหพันธ์มนุษย์ก้าวหน้ามาก ต่อให้หัวใจถูกบดขยี้ ตราบใดที่มีเงินก็ซ่อมแซมได้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีเงิน เมื่อเห็นรายการค่ารักษา แม้แต่รายการที่ถูกที่สุดก็ยังต้องใช้เงินถึง 2 ล้านเหรียญสหพันธ์】
【รายได้วันละไม่กี่ร้อยถึงหลักพันหยวนเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ไม่อาจช่วยอะไรได้ อีกทั้งแม่ยังต้องมีคนเฝ้าในโรงพยาบาล รายได้ในแต่ละวันของเจ้าจึงพอประคองให้รายรับรายจ่ายสมดุลเท่านั้น】
【อายุ 21 ปี เจ้าได้พบช่องทางหาเงินที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม】
【สนามประลองใต้ดิน】
【ชนะการแข่งขันหนึ่งครั้งก็จะได้เงิน 10,000 เหรียญสหพันธ์ ยิ่งชนะติดต่อกันมากครั้ง ก็ยิ่งได้เงินเหรียญสหพันธ์มากขึ้น แต่มีเงื่อนไขว่าเจ้าต้องรอดชีวิตอยู่ที่นี่】
【เมื่อเห็นแม่ผอมลงทุกวันและมีสีหน้าเหม่อลอย เจ้าเลือกสมัครเข้าร่วม ตอนนั้นระดับพลังของเจ้ามีเพียงขั้นเปิดวิถียุทธ์ 27%】
【คู่ต่อสู้ในการแข่งขันครั้งแรกของเจ้าเป็นนักพนันขี้เมาที่มีหนี้สิน ฝีมือสูสีกับเจ้า แต่ร่างกายถูกสุราและกามารมณ์กัดกร่อนมานาน จึงอ่อนแอยิ่งกว่าเจ้า แม้เจ้าจะบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็สังหารเขาได้ด้วยกระบวนท่าฟัน】
【สนามประลองใต้ดินไม่มีผู้แพ้ มีเพียงคนตาย】
【เจ้าได้รับเงินก้อนแรก 10,000 เหรียญสหพันธ์ ซึ่งเป็นเงินที่ปกติต้องใช้เวลาหาอย่างน้อยครึ่งเดือน เจ้าซื้อแอปเปิลราคาแพงหลายลูกให้แม่ แล้วบดเป็นเนื้อผลไม้ป้อนนาง】
【เจ้ามองเห็นหยาดน้ำตาที่หางตาของแม่ ดวงตาคู่นั้นซึ่งปกติมองเจ้าด้วยแววตาว่างเปล่า บัดนี้กลับมีความห่วงใยและรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน】
ใบหน้าแก่ชราของหลินเหยามีแววสงสารขึ้นมาเป็นครั้งแรก นางเห็นริมฝีปากซีดไร้สีเลือดของลูกชาย เห็นเส้นผมที่เริ่มขาว และผ้าพันแผลบนหน้าอกที่มีเลือดซึมออกมา
มือคู่นั้นเต็มไปด้วยบาดแผล กำลังตักเนื้อผลไม้หนึ่งช้อนแล้วค่อย ๆ ป้อนเข้าปากนาง
บางที ณ วินาทีนี้เอง นางถึงได้ปล่อยวางเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต และปล่อยวางชีวิตตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแท้จริง
มุมปากขยับราวกับอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ทำได้เพียงจ้องลูกชายที่นั่งป้อนเนื้อผลไม้อยู่ข้างเตียงด้วยดวงตาคู่นั้น
“……”
