หลังจากทั้งคู่กินอาหารเช้าเสร็จ ก็กลับขึ้นรถอีกครั้ง
ฟ่านอิงนั่งลงบนเบาะข้างคนขับ บนตัวยังคลุมเสื้อแจ็กเก็ตกันลมสีดำตัวใหญ่ของหลิ่วอวี้อยู่
เธอก้มลงดึงปลายแขนเสื้อ พอปล่อยแขนเสื้อลงมา แขนของเธอก็ถูกกลืนหายไปจนหมด ดูเหมือนตัวตลกงิ้วขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น จนอดขำไม่ได้
หลิ่วอวี้เดินอ้อมไปนั่งตำแหน่งคนขับ เพิ่งนั่งลง ยังไม่ทันสตาร์ตรถ ก็ได้ยินเธอถามว่า “พี่คะ ต่อไปเราจะไปไหนกัน?”
นิ้วมือที่จับพวงมาลัยของเขาขยับเกร็งเล็กน้อย “หาที่กินมื้อเที่ยง คุณอยากกินอะไร?”
ฟ่านอิงเอียงหน้ามองเขา “มื้อเที่ยงเหรอ? พี่จะพาฉันกินทั้งวันจริง ๆ เหรอ? ต้องกินให้ครบทั้งเช้า กลางวัน เย็นเลยหรือไง?”
หลิ่วอวี้ตอบ “ผมก็วางแผนไว้แบบนั้น”
ฟ่านอิงฟังออกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นจริง ๆ
เธอกะพริบตาปริบ ๆ ทั้งขำทั้งจนใจ “แต่จะให้กินไปเรื่อย ๆ ไม่ได้นะ พี่คิดจะเลี้ยงฉันเหมือนลูกแมวหรือไง?”
หลิ่วอวี้ตอบ “เมื่อวานคุณกินน้อยเกินไป”
ฟ่านอิงเอนพิงเบาะ ดวงตากลอกไปมา “...หรือว่า...เอ่อ พี่ให้ฉันดื่มเหล้าหน่อยได้ไหม? อ้อ ฉันรู้ว่าผิดระเบียบ พี่ช่วยอย่าบอกใครได้หรือเปล่า ท่านผู้บังคับบัญชาหลิ่ว?”
หลิ่วอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง แน่นอนว่าเขารู้ว่าเรื่องนี้ผิดระเบียบ และไม่ควรตามใจเธอแบบนี้
จู่ ๆ เขาก็พูดว่า “ได้ แต่คุณต้องรับปากผมว่า หลังดื่มแล้วจะตอบคำถามผมข้อหนึ่ง”
ฟ่านอิงรู้สึกประหม่าอย่างไม่มีเหตุผล “คำ...คำถามอะไร?”
หลิ่วอวี้สตาร์ตรถ “อยากดื่มอะไร ไปซื้อเหล้าก่อน”
ฟ่านอิงว่า “พี่นี่ชอบอุบไว้จริง ๆ...ตกลงกันก่อนนะ เหล้าฉันจ่ายเอง พี่ไม่ต้องออกเงิน เพราะฉันเป็นคนอยากดื่ม”
หลิ่วอวี้ตอบ “ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้คุณจ่าย”
ฟ่านอิงอุทาน “หา?”
หลิ่วอวี้ว่า “ผมเป็นคนพาคุณออกมา จะให้คุณซื้อได้ยังไง”
ฟ่านอิงว่า “พี่ทั้งให้ฉันดื่มเหล้าแล้วยังซื้อให้ด้วย ถ้ามีคนจับได้พี่ตายแน่ เข้าใจไหม? อีกอย่าง ใครบอกว่าผู้ชายต้องเป็นคนจ่ายเวลาออกไปกินข้าวกับผู้หญิง?”
หลิ่วอวี้ตอบ “ไม่เป็นไร ผมดื่มเป็นเพื่อนคุณ”
ฟ่านอิงชะงักไปเลย “หา??? ไม่ใช่ แล้วรถล่ะ?”