ซูรั่วโจวพยักหน้าแล้วโทรออก พูดจาประจบว่า “อาจารย์เฉินครับ ผมรั่วโจวครับ”
“มีธุระอะไร?”
“อาจารย์เฉินครับ คือมีคนให้เพชรแก้วเจ็ดสีเม็ดหนึ่งกับพี่สาวผม ผมเลยอยากรบกวนให้อาจารย์ช่วยดูหน่อยว่าเพชรเม็ดนี้เป็นของแท้หรือเปล่า”
“หืม?”
อาจารย์เฉินสนใจขึ้นมา ถามอย่างสงสัยว่า “เพชรแก้วเจ็ดสี? ใครเป็นคนให้?”
“ก็พวกนักเลงกระจอก ๆ ในยุทธภพนั่นแหละครับ อยากใช้มันเอาใจพี่สาวผม”
“งั้นก็ต้องเป็นของปลอมแน่นอน!”
อาจารย์เฉินพูดอย่างไม่พอใจว่า “เพชรแก้วเจ็ดสีมีมูลค่าถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้ราคายิ่งพุ่งขึ้นไปถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ! เท่าที่ผมรู้ แม้แต่เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ยุโรปยังอยากได้เพชรแก้วเจ็ดสีเม็ดนี้ อัญมณีล้ำค่าขนาดนี้จะไปอยู่ในมือของนักเลงกระจอก ๆ ได้ยังไง คุณชายซู คุณกำลังล้อผมเล่นหรือไง!”
ซูรั่วโจวรีบตอบว่า “อาจารย์เฉิน ผมจะกล้าล้อคุณเล่นได้ยังไงครับ มีคนยืนกรานหัวชนฝาว่าเพชรเม็ดนี้ไม่ใช่ของปลอม ผมถึงได้จำใจขอให้คุณช่วยตรวจสอบ จะได้ทำให้คนคนนั้นยอมรับความจริง แล้วเราจะได้รู้ธาตุแท้จอมปลอมของเขาด้วย!”
“ส่งวิดีโอมา ของจริงหรือของปลอม แค่มองก็รู้แล้ว”
อาจารย์เฉินตอบอย่างหมดความอดทน
“ได้ครับ ได้...” ซูรั่วโจวรับเพชรแก้วเจ็ดสีมาจากมือซูรั่วเสวี่ย ถ่ายวิดีโอจากทุกมุมแล้วส่งให้อาจารย์เฉิน
“อาจารย์เฉิน ผมส่งให้แล้วครับ”
ซูรั่วโจวพูดอย่างคาดหวัง
หลินถังหัวเราะเยาะ “กู้ฟาน เดี๋ยวฉันจะดูว่านายยังมีอะไรจะแก้ตัว! คอยดูเถอะว่าต่อไปนายจะมีหน้าเข้าตระกูลซูอีกไหม!”
“กู้ฟาน นายขอโทษแม่ฉัน เรื่องนี้ก็แล้วกันไป”
จู่ ๆ ซูรั่วปิงก็เอ่ยขึ้น
“ขอโทษ?”
กู้ฟานมองซูรั่วปิง “เธอก็คิดว่าเพชรเป็นของปลอมเหมือนกันใช่ไหม?”
ซูรั่วปิงขมวดคิ้วแน่น
“ก็จริง ตั้งแต่เราแต่งงานกันมา คนที่เธอเชื่อมาตลอดก็คือครอบครัวของเธอ ไม่ใช่ฉัน!”
กู้ฟานหัวเราะเยาะ “เพราะงั้นเธอถึงไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองโง่แค่ไหน!”
