ของแบบนี้ สำหรับครอบครัวธรรมดาอย่างพวกเขา ปกติแล้วแทบจะไกลเกินเอื้อมราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง
แต่ตอนนี้กลับถูกลูกชายตัวเองยิงตกลงมาเนี่ยนะ?
ส่วนเรื่อง “ดาวเทียมสอดแนม” ที่ซูเฮ่ายวนพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนแจ้งตำรวจ สองสามีภรรยาก็มีปฏิกิริยาเหมือนชาวเน็ตส่วนใหญ่
คือไม่เชื่อเลยสักนิด
“เด็กคนนี้นี่!”
พ่อซูเห็นคลิปย้อนหลังที่ซูเฮ่ายวนพูดกับโทรศัพท์อย่างจริงจังว่าสิ่งที่ตัวเองยิงตกคือดาวเทียมสอดแนม สีหน้าก็ขรึมลงทันที
“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่ยอมเล่าความจริงให้ชัดเจนอีก ทำไมถึงแต่งเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้?”
ในสายตาเขา สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อทำผิดก็คือการยอมรับ
ดาวเทียมถูกยิงตกแล้ว ก็ควรพูดไปตามความจริง
การโกหกเพื่อหนีความรับผิดชอบ มีแต่จะทำให้เรื่องยิ่งบานปลาย
“พอได้แล้ว!”
แม่ซูที่กำลังกระวนกระวายจนน้ำตาไหล พอได้ยินสามียังตำหนิลูก ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด
“ป่านนี้แล้วยังจะมัวแต่ด่าเขาอยู่อีก!”
เธอเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ปกติไม่เคยต้องรับมือกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
ตอนนี้ในหัวมีแต่ความคิดเดียววนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
จะช่วยลูกชายออกมาได้ยังไง
พึ่งเส้นสายงั้นเหรอ? แทบเป็นไปไม่ได้
ครอบครัวซูก็เป็นแค่ครอบครัวมนุษย์เงินเดือนธรรมดา จะมีช่องทางอะไรไปแทรกแซงเรื่องแบบนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้รู้จักใครจริง ๆ พอเจอเรื่องระดับ “ยิงดาวเทียมตก” แบบนี้ จะมีสักกี่คนที่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วย?
คิดถึงตรงนี้ แม่ซูก็เงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน
“พ่อซู รีบไปดูสมุดบัญชีเงินฝากที่บ้านหน่อย!”
พ่อซูชะงักไป
“ดูสมุดบัญชีทำไม?”
“จะทำอะไรได้อีกล่ะ ก็ไปดูสิว่าหลายปีมานี้เราเก็บเงินไว้ได้เท่าไหร่!”
แม่ซูเช็ดน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
