รถโรลส์รอยซ์แล่นไปบนถนน
เสิ่นอวี่ถังนั่งอย่างสบายใจอยู่ที่เบาะข้างคนขับ เธอหันหน้าไปถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“เฮ่อจิ้น นายมาได้ยังไง”
ไฟแดง รถหยุด
ปลายนิ้วของเฮ่อจิ้นเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเอื่อย ๆ นิ้วเรียวยาวข้อชัดเคาะลงบนหนังสีดำดังตุบ ๆ เบา ๆ
เขามองตรงไปข้างหน้า ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“บังเอิญผ่านมา”
เสิ่นอวี่ถัง “จริงเหรอ บังเอิญขนาดนี้เลย”
“ไม่ได้บังเอิญ”
“หา”
เฮ่อจิ้นหันมามองเธอในที่สุด ดวงตาหงส์คู่นั้นทอแววขี้เกียจปนสังเกต มุมปากเม้มลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกหน่อย เธอจะหนีตามฟู่หานเซิงไปแล้วใช่ไหม”
หนีตามบ้าอะไรกัน
เสิ่นอวี่ถังเบิกตากลม รีบเถียงทันควัน “เป็นไปไม่ได้ เมื่อกี้ฉันตั้งใจจะสลัดเขาอยู่แล้ว”
สีหน้าเคร่งเครียดของเฮ่อจิ้นค่อย ๆ จางหาย
คิ้วเขาคลายลง มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่งราวกับขยับขึ้นหนึ่งพิกเซล “จริงเหรอ”
“จริงสิ ฉันจะโกหกนายทำไม”
เสิ่นอวี่ถังฮึดฮัด กอดอก “ฉันอยากอยู่ให้ห่างฟู่หานเซิงจะตาย ใครจะรู้ว่าไอ้บ้าฟู่หานเซิงนั่นตามตื๊อฉันทุกวัน น่ารำคาญชะมัด”
รอยยิ้มที่มุมปากเฮ่อจิ้นกว้างขึ้นกว่าเดิม
เขาชายตามองเล็กน้อย สายตาตกลงที่ข้อเท้าบวมแดงของเสิ่นอวี่ถัง คิ้วขมวดเล็กน้อย
“ขาเจ็บไหม”
เสิ่นอวี่ถังมองข้อเท้าซ้ายของตัวเอง ตรงข้อเท้ามีตุ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่เท่าไหร่”
ความจริงไม่ได้เจ็บมาก
ตอนที่เธอกระโดดลงมา เธอกะระยะไว้แล้ว แถมสนามหญ้าที่เธอลงก็นุ่มพอ ท่าทางตอนล้มก็เตรียมมาอย่างดี
แค่ดูเหมือนหนัก แต่ที่จริงไม่เจ็บเลยสักนิด
