ค่ำคืนนี้เวลาสี่ทุ่ม
ห้องวีไอพีในบาร์
แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนใบหน้าไร้อารมณ์ของฟู่หานเซิง
เขาพิงอยู่บนโซฟาในห้องส่วนตัว ยังคงสวมเชิ้ตสีขาวตัวใหม่ราคาแพง ดูสง่างามและเย็นชา แต่ทั่วร่างกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายเสเพลและอิดโรย
มีส่วนผสมของมาดสุภาพบุรุษเจ้าเล่ห์
ข้าง ๆ มีเพื่อนผู้ชายสองสามคนนั่งจับแก้วดื่มเหล้า
ฉีหลินหันไปถามด้วยความเป็นห่วง “นี่นายเป็นอะไรของนายเนี่ย”
ฟู่หานเซิงไม่พูดอะไร
ฉีหลินสงสัยเล็กน้อย “ได้ยินว่าบริษัทใหม่ที่นายก่อตั้งเพิ่งได้กำไรมหาศาลอีกแล้วนะ แค่เดือนนี้ก็ทำเงินได้เจ็ดหลักเลยใช่ไหม แล้วยังจะมานั่งหน้าบูดอะไรอีกล่ะ เมื่อก่อนนายไม่ใช่คนที่อยากได้เงินเยอะ ๆ แบบนี้ที่สุดหรอกเหรอ ตอนนี้นายก็ทำได้เกินเป้าหมายไปแล้ว ทำไมยังไม่มีความสุขอีกนะ”
ฟู่หานเซิงก็ยังไร้อารมณ์เช่นเดิม ไม่พูดอะไรสักคำ
“จริงสิ” มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งยกแก้วดื่มพลางหยอกเย้า “คุณหนูเสิ่นล่ะ ไม่เห็นเสิ่นอวี่ถังมาตั้งนานแล้ว ครั้งที่แล้วเธอถอนตัวจากสภานักศึกษา ก็คือการไม่ไว้หน้านายชัด ๆ เลยนะ”
“เธอคงไม่ได้โกรธจริง ๆ ใช่ไหม”
เพื่อนชายคนนั้นพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนเล็กน้อย “ได้แล้วมั้ง เธอชอบพี่หานขนาดนั้น จะมีทางโกรธได้ยังไง ฉันเดานะว่าเธอคงแค่เล่นตัว ทำเป็นถอยเพื่อรุก รอให้พี่หานไปง้อเธอเองต่างหาก”
ในมือฟู่หานเซิงถือแก้วเหล้าราคาแพง เขาหัวเราะเยาะในลำคอ
