เสิ่นอวี่ถังส่ายหน้าอย่างแรง สลัดความคิดแปลก ๆ ในหัวทิ้งไป
“เอาล่ะ” เสียงของเฮ่อจิ้นดังมาจากฝั่งโซฟา “นอนได้แล้ว”
“อือ”
เสิ่นอวี่ถังหดตัวอยู่ในผ้าห่ม ตรวจดูให้แน่ใจว่าห่มมิดชิด ไม่มีช่องว่างสักนิด คนทั้งคนพันตัวเองจนเหมือนดักแด้
ทั้งที่อยู่ในความมืดแท้ ๆ
แต่เธอกลับรู้สึกว่า เฮ่อจิ้นก็กำลังมองเธออยู่ในความมืดเช่นกัน
สายตาของผู้ชายคนนั้น ข้ามระยะห่างไม่กี่เมตรมาปะทะกับเธอ ราวกับมีอุณหภูมิจับต้องได้ ร้อนผ่าวมาก
สมองของเสิ่นอวี่ถังค่อนข้างยุ่งเหยิง เลยหันหลังให้นอนเสียเลย
ด้านหลัง มีเสียงหายใจสม่ำเสมอของผู้ชายดังมา
แผ่วเบา จับจาง ราวกับยาระงับประสาท ทำให้ใจของเธอที่ว้าวุ่นและเกร็งแน่นสงบนิ่งลงมา
เสิ่นอวี่ถังหลับตา สติเริ่มเลือนลาง
หนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายเบาโหวงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกำลังร่วงหล่น หล่นลงไปในความฝันที่ลึกสุดหยั่ง
เธอฝันถึงชาติก่อนอีกแล้ว
ที่นั่นเป็นท่าเรือร้าง กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นคาวของน้ำในแม่น้ำ ลมแรงมาก พัดเส้นผมของเธอยุ่งเหยิง
มือและเท้าของเธอถูกมัดด้วยเชือกหยาบ รัดจนเชือดเข้าไปในเนื้อ ถลอกเปลือกออก ปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก
ฟู่หานเซิงเลือกที่จะช่วยซูหร่วนหร่วนที่ปลอดภัยอยู่ก่อน
หลังจากนั้น พวกคนร้ายใช้มีดแทงไปยังท้องของเธอ เลือดอุ่น ๆ ไหลทะลักออกจากแผล ซึมชุดกระโปรงสีขาวของเธอจนชุ่มโชก
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้น พวกคนร้ายล้มลงไปทีละคน ๆ
ฝนกระหน่ำเทลงมา
ท่ามกลางแสงสีเลือด
มีคนคนหนึ่งเดินตรงมายังเธออย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
ผู้ชายคนนั้นสวมสูทสั่งตัดสีดำราคาแพง ทั้งร่างเปี่ยมด้วยความน่าเกรงขาม โหนกคิ้วคมแข็ง ดวงตาอันหยิ่งผยองไม่เกรงใครจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา
ร่างอันอบอุ่นของเขาก็กอดเธอไว้เช่นนั้น ปลอบโยนเธอว่า “ถังถัง”
อย่าร้องไห้
แต่เธอเจ็บเหลือเกินนะ เธอเจ็บจริง ๆ
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง วิญญาณของเธอกำลังจะเลือนหาย ในตอนนี้เอง เธอถึงได้ตะหนักรู้ขึ้นมาทันควันว่า เดิมทีโลกทั้งใบนี้เป็นนิยายที่หมุนรอบตัวฟู่หานเซิง
