ตอนจากไป นอกจากห่อแป้งทอดต้นหอมที่นางทำไว้กับเสื้อผ้าเก่า ๆ สองชุดแล้ว แม้แต่เหรียญทองแดงสักเหรียญก็ไม่ได้พกติดตัวไป
แม้กระทั่งช่วงสองเดือนแรก ก่อนที่เขาจะขาดข่าวคราวไป ทุกเดือนเขาก็ฝากคนจากสถานีม้าเร็วส่งรายได้ทหารทั้งหมดกลับมาให้
สมัยนั้นพลทหารทั่วไปมีรายได้ทหารเดือนละเพียงเก้าร้อยอีแปะ แต่เขาก็ยังไม่เก็บไว้แม้แต่เหรียญเดียว
เขากลัวนางกับคุณยายจะเป็นห่วง จึงเขียนจดหมายมาบอกว่าในกองทัพมีอาหารให้กินอิ่ม ทุกคนได้รับเสื้อกันหนาวที่ทำจากผ้าฝ้ายกับรองเท้าและถุงเท้าคนละชุด ในกองทัพไม่มีที่ให้ใช้เงิน ดังนั้นไม่ต้องเก็บรายได้ทหารไว้ และไม่ต้องเป็นห่วงเขา
แต่ในตอนนั้น ต้าฉี่เพิ่งผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้ไม่กี่ปี ราษฎรกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นและฟื้นฟูบ้านเมือง
ราชสำนักยกเว้นภาษีให้ราษฎรสามปี อีกทั้งยังทำสงครามกับชาวต๋าเยว่ เบื้องบนเพียงคำนึงถึงเหล่าทหารแนวหน้าที่ต้องอาศัยรายได้ทหารเลี้ยงดูครอบครัว และสามารถจ่ายรายได้ทหารให้พวกเขาตรงเวลาทุกเดือนก็ถือว่าไม่ง่ายแล้ว ยังจะไปหาเงินที่ไหนมาให้พวกเขากินอิ่ม ทั้งยังแจกเสื้อกันหนาวให้เขาอีก
เขาคิดว่านางไม่รู้ คุณยายก็ปิดบังนางไว้ แต่นางหาใช่คนโง่ไม่
นางรู้ว่าเขากลัวว่าหากตนเองเป็นอะไรไปแล้วจะทิ้งแม่ม่ายลูกกำพร้าให้ลำบาก จึงส่งเงินกลับบ้านเท่าใดก็ส่งกลับมาทั้งหมด ไม่ยอมเก็บไว้แม้แต่เหรียญเดียว
เพราะฉะนั้นอย่างไรเล่า!
คนดีเช่นนี้ หนิงเทาไม่ปฏิเสธว่านางชอบเขา
ไม่สิ ควรพูดว่านางไม่ปฏิเสธว่าชอบเขามาก
ชอบมากเสียจนแม้ภายหลังเขาจะขาดข่าวคราวไปหลายปี นางก็ยังรอเขาโดยไม่เคยเสียใจหรือย่อท้อ ดูแลคุณยายแทนเขาจนสิ้นลม เลี้ยงดูลูกชายหญิงฝาแฝดแทนเขา เฝ้ารักษาครอบครัวนั้นไว้ ต่อให้ชีวิตยากลำบากเพียงใดก็ไม่เคยทอดทิ้ง
