หนิงเทายิ้มออกมา ขอเพียงเด็กหญิงตัวน้อยของนางมีความสุขก็พอแล้ว
เมื่อล็อกประตูเรียบร้อย นางก็อุ้มเด็กทั้งสองขึ้นไปบนรถเข็นไม้
หลิวเย่ที่อยู่ข้าง ๆ พูดไม่มาก เพียงยืนรอเงียบ ๆ ครั้นเห็นนางล็อกประตูเสร็จ ก็รีบยกห่อสัมภาระสองใบของตนขึ้นไปวางบนรถเข็น จากนั้นหยิบเชือกเส้นกว้างสำหรับลากรถมาคล้องบ่า เตรียมช่วยกันลากรถไป
หนิงเทาชะงักไปครู่หนึ่ง
แล้วก็รีบหยิบเชือกอีกด้านมาคล้องบ่าตนเองตาม
ยามลากรถเข็นที่บรรทุกข้าวของมาเต็มคันออกมาจากท้ายหมู่บ้าน ต่อให้พวกนางพยายามทำให้เงียบที่สุด ก็ยังดึงดูดให้ชาวบ้านไม่น้อยออกมามุงดู
เมื่อรู้ว่าพวกนางจากไปคราวนี้ บางทีวันหน้าคงยากจะได้กลับมาอีก อาจเพราะเห็นแก่ที่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน หรืออาจกลัวว่าวันหน้าหากเซี่ยเจิ้นเหอกลับมา จะคิดบัญชีกับพวกตน เหล่าสตรีที่วันนั้นเคยนินทาว่าร้ายกันในโรงเรียนสอนหนังสือ ต่างหิ้วเมล็ดแตงคนละถุงมายัดใส่อ้อมแขนเด็กทั้งสอง
พวกนางยิ้มพลางบอกให้เด็ก ๆ เอาไว้กินเล่นระหว่างทาง
เมล็ดแตงเป็นของที่ไม่ได้มีราคาอะไรในหมู่บ้าน แต่ละบ้านมักปลูกไว้ตามมุมไร่นา พอแก่ก็แกะเมล็ดออกมาตากแห้ง ยามว่างหยิบมากำหนึ่งก็แทะได้นาน
เหมาะจะเอาไว้กินระหว่างทางยิ่งนัก
หนิงเทาไม่ได้ปฏิเสธ ให้นางเจาเจารับไว้
การรับไว้หมายความว่านางไม่ถือโทษเรื่องที่พวกนางปากมากอีกแล้ว เหล่าสตรีหลายคนจึงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แม่เจ้าโก้วตั้นเป็นคนสุดท้ายที่นำของมาให้ นางค่อนข้างเกรงกลัวหนิงเทา จึงยัดไข่ต้มสิบกว่าฟองใส่อ้อมแขนเจาเจา แล้วคว้ามือเจ้าโก้วตั้นที่มีน้ำมูกไหลย้อยสองสายหันหลังเดินจากไปทันที
