ครานี้ สตรีและเด็กเล็กที่จะเดินทางจากเมืองไป๋ฉื่อไปยังภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีรวมทั้งสิ้นสามร้อยยี่สิบหกคน
ทางการท้องถิ่นส่งมือปราบสี่นายมานำทาง มุ่งหน้าไปทางเหนือ
ผู้คนจำนวนมากแบกห่อสัมภาระใหญ่เล็ก ลากรถเทียม ส่วนคนขับรถลาก็มีอยู่หลายคน
หนิงเทากับหลิวเย่ขับรถลาตามอยู่ท้ายขบวน ครั้นออกจากเมืองมา ทั้งสองต่างหันกลับไปมองโดยไม่ได้นัดหมาย ในดวงตามีทั้งความอาลัยอาวรณ์และความสับสนหวาดหวั่นต่อหนทางข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร
“จากไปครานี้ ไม่รู้ว่าปีเดือนใดจึงจะได้กลับมา”
ประหนึ่งลูกนกออกจากรัง ถึงอย่างไรก็ยังอดหวาดกลัวไม่ได้
หนิงเทามองลูกชายลูกสาวทั้งสอง แล้วมองข้าวของเต็มรถลา คิ้วตางดงามเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่ต้องกลัว ตราบใดที่ยังอยู่บนแผ่นดินต้าฉี่ หากวันหน้าอยากกลับมา ก็ย่อมมีวันที่ได้กลับมาอีกแน่นอน”
ใช่แล้ว ย่อมมีวันที่ได้กลับมาอีกแน่นอน
หลิวเย่ยิ้มตาม อารมณ์พลันผ่อนคลายขึ้นมาก ความสับสนและหวาดหวั่นในดวงตาก็ค่อย ๆ จางหายไปในรอยยิ้ม
รถลาสั่นคลอนโคลงเคลง เดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าจนฟ้ามืดสนิท กว่าจะรู้ตัวก็ห่างจากเมืองไป๋ฉื่อมาไกลมากแล้ว
ราตรีมาเยือน ปัญหาแรกที่ต้องเผชิญก็คือที่พัก
ผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะพักโรงเตี๊ยม ต่อให้โรงเตี๊ยมระหว่างทางเบียดเสียดพอรองรับได้ ทุกคนก็ไม่มีทางไปพักอยู่ดี ไม่เพียงสิ้นเปลืองเงินทอง ทั้งยังไม่มีใครวางใจจะเบียดห้องเดียวกับคนแปลกหน้า
หวังลี่ มือปราบผู้เป็นหัวหน้าขบวนเองก็กลัวว่าจะเกิดเรื่อง จึงหารือกับมือปราบอีกสามนาย ก่อนจะหาที่โล่งกว้างกลางแจ้ง จุดกองไฟกองใหญ่เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายและให้ทุกคนใช้พักค้างคืน
