หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ แล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยปากถามออกไป “งั้น...ถ้ามีคนหลอกเขาล่ะ เขาจะเอาคืนยังไง?”
โคฟุสตอบว่า “เขาเกลียดการถูกหลอกมาก”
“ตอนแรกเขาก็เคยถูกคนวางแผนเล่นงาน ได้ยินว่าร่วมมือกับเพื่อนอีกสองสามคนก่อตั้งบริษัทสตาร์ตอัป ลงทุนไปไม่น้อย”
“ผลคือถูกหุ้นส่วนคนหนึ่งที่เขาไว้ใจที่สุดหักหลัง อีกฝ่ายหอบเงินหนีไป แถมยังขายโค้ดหลักของบริษัทให้บริษัทที่เคยแข่งประมูลกับพวกเขาในตอนนั้นด้วย”
“ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาต้องจบเห่แน่ ต่างก็รอดูเรื่องสนุกกัน”
โคฟุสหัวเราะเย็นชา “แต่เขาใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนกอบกู้บริษัทให้กลับมายืนได้ แถมยังลากตัวคนทรยศคนนั้นออกมาได้ด้วย”
“เสียดายที่คุณไม่ได้เห็นสภาพบ้าคลั่งของเขาตอนนั้น คนทรยศคนนั้นหนีไปมาเก๊า เซี่ยเยี่ยนอันบินไปที่นั่นด้วยตัวเอง จนเจอตัวในคาสิโน แล้วจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อขาทั้งสองข้างของมัน”
หลีโย่วเบิกตากว้าง “ซื้อเหรอ?”
เธอเข้าใจความหมายถูกไหมนะ?
“ใช่สิ”
โคฟุสอธิบาย “พวกลูกน้องที่คลุกคลีอยู่ในคาสิโน ขอแค่มีเงิน อะไรก็ทำทั้งนั้น”
“แล้วหลังจากนั้นคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?” เสียงของหลีโย่วสั่นเล็กน้อย
“จะเป็นยังไงได้อีกล่ะ ขาหักก็เรื่องหนึ่ง ยังต้องติดคุกจนแก่ตายอีก”
โคฟุสยักไหล่ “นี่เป็นคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนะ ตั้งแต่นั้นมา คนในแวดวงพวกเราก็แทบทุกคนรู้ถึงวิธีจัดการของเซี่ยเยี่ยนอันแล้ว”
“คุณจะคุยกับเขาเรื่องเงิน เรื่องผลประโยชน์ก็ได้ แต่ห้ามหลอกเขาเด็ดขาด คนที่หลอกเขาไม่มีใครลงเอยดีสักคน”
