มือของโคฟุสยังจับปลายนิ้วของหลีโย่วไว้ไม่ยอมปล่อย ยิ้มเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เพิ่งขโมยกินของอร่อยมา
“หลีโย่วเหรอ? ชื่อนี้เพราะจัง เพราะกว่าชื่อเซี่ยเยี่ยนอันตั้งเยอะ”
ฟังแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มดีจริง ๆ
เซี่ยเยี่ยนอันขมวดคิ้ว อดทนอยู่ได้ประมาณสามวินาทีก็เริ่มหมดความอดทน
เขายื่นมือไปดึงมือของหลีโย่วออกจากฝ่ามือโคฟุส “คุณว่างมากหรือไง?”
ประโยคนี้พูดกับโคฟุส
เดตดี ๆ ถูกคนไม่เกี่ยวข้องมาขัดจังหวะ อารมณ์ของเซี่ยเยี่ยนอันจึงดิ่งลงถึงขีดสุด
“ไม่ว่างหรอก ตรงกันข้าม ฉันยุ่งจะตายอยู่แล้ว”
โคฟุสเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง ก่อนพูดต่อจนจบ
“แต่ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ฉันก็ต้องพาคุณกลับไปให้ได้ คุณรู้ไหมว่าฉันโดนพวกคนแก่พวกนั้นตามรังควานจนแทบประสาทกินแล้ว”
พากลับไปเหรอ?
พาไปที่ไหน?
หลีโย่วนั่งเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ ฟังอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ทั้งยังแอบสงสัยอยู่ไม่น้อย
เซี่ยเยี่ยนอันเงยหน้าขึ้นมองอย่างเฉยเมย “ไม่มีใครห้ามคุณออกไปหาที่สงบสักหน่อย”
“ฉันไม่ได้ไร้ความรับผิดชอบเหมือนคุณนี่”
โคฟุสบ่นไม่หยุด “ฉันทำงานที่บริษัทจนแทบไม่ได้หยุดพัก ส่วนคุณกลับไปมีความสุขกับความรักอยู่ที่จีน ฉันไม่ยอมรับหรอก”
เซี่ยเยี่ยนอันไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “ถ้าคุณว่างจริง ๆ ฉันหางานส่งอาหารให้ทำสักงานก็ได้ จะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกรุงปักกิ่งไปด้วย”
ทันทีที่พูดจบ โคฟุสก็ร้อง “เฮ้ย” อย่างเกินจริง แล้วจ้องเซี่ยเยี่ยนอันเขม็ง
“พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันบินมาถึงกรุงปักกิ่งเพื่อมาหาคุณ คุณไม่คิดจะต้อนรับฉันสักหน่อย ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีหรือไง?”
เซี่ยเยี่ยนอันเหยียดแขนออก แขนขวาที่ยาวเรียวพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลังหลีโย่ว
“ฉันต้องดูแลเบบี๋ของฉัน ไม่มีเวลา คุณไปเที่ยวเองเถอะ”
โคฟุสโกรธจนมือสั่น ชี้ไปยังใบหน้าหยิ่งผยองของชายหนุ่ม ปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก
