เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นที่เปี่ยมด้วยความจริงจัง หลีโย่วก็ชะงักไป
เซี่ยเยี่ยนอันพูดต่อว่า “ผมรู้อยู่แล้วว่าไม่ควรปล่อยให้ที่รักอยู่กับเขาตามลำพัง เพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที ที่รักก็จะทิ้งผมไปแล้วเหรอ?”
หลีโย่วไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใช้คำว่าทิ้งไป
นี่มันเกินจริงไปหน่อยแล้ว
ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อของหญิงสาวขยับเบา ๆ พลางเลือกสรรถ้อยคำ
“ไม่เห็นจะร้ายแรงขนาดนั้นเลย... ฉันแค่กลัวว่าจะกระทบงานของคุณ...”
เซี่ยเยี่ยนอันหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ที่รักต้องเชื่อว่าแฟนของคุณจัดการความรักกับงานให้สมดุลกันได้สบาย ๆ”
“อืม...”
หญิงสาวพูดเสียงเบาหวิวว่า “ฉันเชื่อนะ”
พูดจบก็กลัวว่าเขาจะฟังไม่ชัด จึงพูดซ้ำอีกครั้ง
“ฉันเชื่อคุณ”
ความไม่สบายใจเล็กน้อยที่เหลืออยู่ในใจเซี่ยเยี่ยนอัน ถูกหลีโย่วปลอบจนหายไปหมด
ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างพอใจ แล้วจับมือเธอขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะยกไปจูบเบา ๆ
ทั้งตัวหอมไปหมด แม้แต่นิ้วมือก็ยังหอม
สัมผัสนุ่มอุ่นทาบลงมา หลีโย่วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เธอเหมือนกระต่ายน้อยที่ถูกต้มจนสุก ถูกเซี่ยเยี่ยนอันจูงลงมาชั้นล่าง แล้วจับยัดเข้าไปในเบาะข้างคนขับ
ประตูรถปิดลง หลีโย่วเผลอคว้าขอบหน้าต่างรถ สีหน้าเผยความประหม่าอยู่หลายส่วน
“จะไปไหน?”
สีหน้านั้นราวกับกลัวว่าเขาจะจับเธอกินเข้าไปจริง ๆ
เซี่ยเยี่ยนอันตอบว่า “ตามขั้นตอนปกติของการคบออนไลน์แล้วเจอกันตัวจริง ตอนนี้เราควรไปดูหนังกัน”
“แต่ที่รักนั่งเครื่องบินมาคงเหนื่อยแล้ว ผมจะไปส่งคุณกลับโรงแรมให้พักผ่อน”
กลับโรงแรมเหรอ?
พูดตามตรง หลีโย่วเหนื่อยอยู่จริง ๆ พอกินอิ่มก็เริ่มง่วง อยากกลับไปนอนแผ่บนเตียงสบาย ๆ สักงีบ
แต่ถ้ากลับโรงแรมพร้อมเซี่ยเยี่ยนอัน ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ดูอันตรายไปหมด
