เดิมทีพนักงานเก็บเงินกำลังง่วนอยู่กับงานในมือ ครั้นได้ยินเถียนกุ้ยฮวาพูดเช่นนั้น ก็เหลือบมองนางอย่างพิกล “หนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวันนะ”
หญิงชราคงมาจากหุบเขาห่างไกลเสียกระมัง ถึงได้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนึ่งสัปดาห์มีกี่วัน
เถียนกุ้ยฮวาไม่รู้ว่าพนักงานเก็บเงินกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เมื่อแน่ใจว่าราคาจะไม่ขึ้น นางก็กลับไปเดินเลือกซื้อของต่ออย่างเบิกบาน
เถียนกุ้ยฮวาเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว มองทางนี้ทีทางนั้นที เห็นสิ่งใดก็รู้สึกแปลกตา อยากยื่นมือไปสัมผัสดูสักหน
เสื้อผ้าที่นี่ส่วนใหญ่เปิดแขน บางชุดถึงกับเผยเรียวขาขาวผ่องยาวทั้งสองข้าง
คราแรกที่ได้เห็น เถียนกุ้ยฮวาตกใจจนไม่กล้ามองตรง ๆ
บัดนี้นางเห็นมาหมดทุกรูปแบบแล้ว จึงไม่รู้สึกแปลกใจอีก ทั้งยังอยากลองสวมดูสักครั้ง
อากาศร้อนขึ้นทุกวัน หากเทียบกับสภาพอากาศในช่วงสองปีก่อน ช่วงที่ร้อนที่สุดของวันนี้ยังมาไม่ถึง หากอยู่บ้านแล้วสวมเสื้อผ้าที่เปิดแขนเปิดขาเช่นนี้ ย่อมเย็นสบายกว่ามาก
ทุกปีในหมู่บ้านมีคนเป็นลมเพราะอากาศร้อนอยู่ไม่น้อย บางคนถึงกับล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น
นางเดินมาถึงแผงขายเสื้อกล้ามตัวหลวม เสื้อแบบนี้กว้างสบาย ซื้อให้พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง และหลานชายได้
ข้างกันยังมีกางเกงขาสั้นสีดำ มีเชือกตรงกลางที่ปรับให้พอดีกับเอวได้ตามต้องการ
กางเกงขาสั้นตัวละห้าหยวนหรือ? เสื้อกล้ามตัวละแปดหยวนหรือ?
ซื้อ!
นางซื้ออย่างละห้าตัว
เสื้อผ้าของผู้ใหญ่มีแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าให้ตงตง
ผู้ใหญ่สวมกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ เด็กก็ต้องสวมตัวเล็กเป็นแน่
ด้วยความเฉลียวฉลาดของนาง ไม่นานก็หาเจอกางเกงขาสั้นจิ๋ว ขนาดเพียงสองฝ่ามือ มีทั้งสีน้ำเงิน สีเขียว และสีสันต่าง ๆ บนกางเกงยังพิมพ์ลวดลายแปลกตาเอาไว้
สัมผัสแล้วนุ่มนิ่ม หรือจะทำจากฝ้ายกันนะ?
ในถิ่นของพวกนาง ฝ้ายมีราคาสูงกว่าทองคำเสียอีก
นางเงยหน้ามองป้ายที่ตั้งอยู่หน้าแผง ตัวเลขบนป้ายไม่ใช่ห้าหยวนหรือสิบหยวน
นางอ่านตัวเลขนี้ไม่ออก
“พี่สาว กางเกงตัวน้อยนี่ราคาเท่าไรหรือ?” นางจึงได้แต่ถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังเลือกกางเกงเด็กอยู่ข้าง ๆ อีกครั้ง
